ยักษ์เทคโนโลยี “Twitter-PayPal” แห่สำรองเงินทุนในบิทคอยน์ช่วงโควิด
โดย ปรมินทร์ อินโสม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ความร้อนแรงของบิทคอยน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ความเชื่อที่ว่า บิทคอยน์นั้นเป็นแค่กระแสเอาไว้ปั่นราคา ได้กลายเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว และดูเหมือนว่าบิทคอยน์กำลังเข้าสู่การเป็น Mass Adoption และมีความต้องการมากขึ้นในฐานะของสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติการเป็น Store of Value
สัญญาณที่เห็นได้ชัดก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี และนักลงทุนระดับสถาบันต่างก็เลือกกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินสดจำนวนมาก ไปลงทุนในบิทคอยน์ ซึ่งมองว่าเป็น Asset Class ที่น่าลงทุน เป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องที่มากกว่าสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ
MicroStrategy และ Square เจ้าของ Twitter บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ได้ลงทุนในบิทคอยน์เพื่อเป็นทุนสำรองมูลค่ารวมกันเกือบ 500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ PayPal ก็เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์รองรับการซื้อ-ขาย และวอลเลตจัดเก็บบิทคอยน์ไป และล่าสุดบริษัท Mode Global Holdings PLC บริษัทฟินเทคที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) ได้นำเงินทุนสำรองของบริษัทจำนวน 10% ไปซื้อบิทคอยน์ เพื่อลดความเสี่ยงของการด้อยค่าของเงินปอนด์ในระยะยาว
การเข้ามาของบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ โดยเฉพาะ PayPal ที่มีฐานลูกค้ากว่า 300 ล้านรายทั่วโลก จะทำให้เกิดการเข้าถึง และยอมรับคริปโทเคอเรนซี่ในสาธารณะรวดเร็วมากขึ้น และจะเป็นการกดดันให้สถาบันการเงิน และธนาคารเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอเรนซี่ ตามกระแสความต้องการของโลก
ขณะเดียวกันการเข้าลงทุนในบิทคอยน์ของบริษัทเทคฯ ระดับโลกนี้ ยังเป็นเพียงแค่ในกลุ่ม Early Adopter ประมาณ 1% จะช่วยจุดประกายให้นักลงทุนรวมไปถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก 99% มองเห็นโอกาสและเกิดความเชื่อมั่น เกิดความต้องการลงทุนบิทคอยน์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งนั่นจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บิทคอยน์เปลี่ยนผ่านไปเป็นสินทรัพย์สำคัญที่น่าลงทุนไม่ต่างจากทองหรือสินทรัพย์อื่น ๆ
เกี่ยวกับ Satang Corporation
เป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงการใช้งานสกุลเงินดิจิทัล ในชีวิตประจำวันทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทฯ มีเครือข่ายด้านระบบความปลอดภัย (Security System) และนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Innovation) อยู่ทั่วโลก จึงเป็นเรื่องง่ายที่ Satang Corp. จะสามารถดึงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น Knowledge, Know-how, Talent และ เทคโนโลยีใหม่ๆ จากพันธมิตรต่าง ๆ ที่อยู่ทั่วโลกเข้ามาให้คนไทยได้ใช้งาน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้นในทุกมิติของการเงินในชีวิต โดยเฉพาะการลงทุนและที่สำคัญ ที่สุด Satang Corp. อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของ ก.ล.ต. จึงมั่นใจได้ในความโปร่งใส และปลอดภัยในธุรกรรมที่ทำกับ Satang Corp.
นอกจากนั้น Satang Corp. ยังเป็นผู้ให้ให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับ มาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลทั้งในรูปแบบดิจิทัลและเป็นเอกสาร (Information Security Management Systems : ISMS) และ มาตรฐาน ISO/IEC 27701: 2019 ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจาก ISO/IEC 27001 สำหรับเป็นแนวทางให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมั่นคงปลอดภัย นำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้