เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

ม็อบไม่รู้จบ! ย้อนรอย 10 ปีแห่งคณะกรรมการปรองดอง-สมานฉันท์

30 ต.ค. 2563 | 17:38น.

ทศวรรษแห่งม็อบ และการตั้งกรรมการปรองดอง-สมานฉันท์ ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

หลังการประชุมสภาสมัยวิสามัญ 2 วัน เปิดเวทีเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาหาทางออก 3 ข้อเรียกร้องของม็อบราษฎร 2563 ที่เคลื่อนไหวเป็นคลื่นมวลชน ยาวนานกว่า 3 เดือน

ล่าสุด นายชวน หลีกภัย รวบรวมข้อเสนอของสมาชิกรัฐสภา ให้สถาบันพระปกเกล้าฯ กรุยทางย้อนทศวรรษแห่งความขัดแย้ง ด้วยการตั้งกรรมการปรองดองสมานฉันท์ อีกครั้ง

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 ที่สถาบันพระปกเกล้า นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบัน เพื่อออกแบบโครงสร้างและรูปแบบวิธีการทำงานของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสถาบันพระปกเกล้าว่า สถาบันพระปกเกล้ามีหน้าที่หาคำตอบให้กับรัฐสภา

“ขณะนี้อยู่ระหว่างคิดค้นโครงสร้างที่เหมาะสม โดยจะเสนอให้เห็นว่าโครงสร้างแต่ละโครงสร้างมีข้อดีข้อเสีย และข้อจำกัดอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะโครงสร้างกรรมการปรองดองในอดีต รวมถึงข้อห่วงใยของสถาบันพระปกเกล้า”

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน หลังการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553 มีการกระชับพื้นที่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนับร้อยคน ครั้งนั้นมีการตั้ง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

โดยมีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด มาเป็นประธาน เพื่อตรวจสอบสาเหตุความขัดแย้งรวมถึงเหตุการณ์รุนแรง ยังรวมถึงจัดทำข้อเสนอในการสร้างความปรองดองในระยะยาว ครั้งนั้นมีเอกสารเผยแพร่ 276 หน้า ภายใต้การไม่ได้รับความร่วมมือ-และไม่ยอมรับ จากคู่ขัดแย้ง

1 ปีหลังจากนั้น หลังจาก รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าสู่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดตั้ง คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ในปี 2554

มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน โดยคือการนำข้อเสนอของ คอป. ไปดำเนินการต่อในกระบวนการยยุติธรรม คณะรัฐมนตรี อนุมัติงบกลาง  2,000 ล้านบาท เพื่อเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ระหว่างปี 2548-2553 โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดถึง 7.75 ล้านบาท

ในปีเดียวกัน ฝ่ายนิติบัญญัติ ก็มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ หรือ กมธ.ปรองดอง มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวหน้าคณะรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 มาเป็นประธาน โดยมอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้า จัดทำงานวิจัยเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติขึ้นมา เพื่อประกอบการทำงาน แต่รายงานของ กมธ. ปรองดองที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนช่วงต้นปี 2555

กรรมการชุดนี้ มีข้อเสนอ ให้นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด และเสนอให้นิรโทษกรรมคดีที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ด้วย ทำให้ นายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ผลประโยชน์จากการ “ปรองดอง” ในครั้งนั้นด้วย

เมื่อเรื่องแดงขึ้น  สถาบันพระปกเกล้า จึงแจ้งให้ทุกฝ่ายได้รับทราบว่า “ห้าม” นำงานวิจัยไปใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองที่ไม่เอื้อให้เกิดความปรองดอง

แต่ทว่า กมธ.ปรองดอง ได้นำรายงานส่วนหนึ่งไปดำเนินการต่อ ภายใต้ “พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ….” เป็นเหตุให้เกิดม็อบ กปปส. ที่มีข้ออ้างเรื่อง “นิรโทษกรรมสุดซอย” และปูทางไปสู่การรัฐประหาร 22  พฤษภาคม 2557

เพราะในช่วง 1-2 ปีในช่วงรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” (255-2556) มีกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ต้องการยื่นร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง สู่ที่ประชุมสภา เพื่อพิจารณาออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย กลางเดือน พ.ค. 2555 โดยขณะนั้น มีผู้ยื่นร่าง พ.ร.บ. ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงตามมา รวมทั้งสิ้น 7 ฉบับ (เป็น พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับ และ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอีก 3 ฉบับ) ซึ่งแต่ละฉบับจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน คือการ “นิรโทษกรรม”  

โดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้นำเสนอ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ซี่งให้นิรโทษกรรม  เฉพาะผู้ชุมนุมเท่านั้น ไม่รวมถึงแกนนำ ตำรวจ ทหาร นักการเมือง และยกเว้นนิรโทษ นายทักษิณด้วย

จุดพลิกผันอยู่ที่ การประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เปลี่ยนสาระสำคัญของกฏหมา เป็น “นิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย” กลายเป็นกฏหมาย “ลักหลับกลางดึก”

นำไปสู่การ ชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายใต้ขบวนการ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)” นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

แม้ว่าในเวลาต่อมาสภาฯ จะลงมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.ปรองดองและ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมทุกฉบับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา แต่ทว่าสายเกินไป ปัญหาม็อบ กปปส.ยืดเยื้อ ชัตดาวน์บางกอก จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ ในวันที่ 22 พ.ค. 2557

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.  ในปี 2560 ช่วงท้ายของรัฐบาล ประยุทธ์ 1 มีการตั้ง คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

ภายใต้อำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2560 เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้น เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560

คณะกรรมการ ป.ย.ป. มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นรองประธาน ป.ย.ป. ประกอบด้วยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาทำภารกิจต่าง ๆ 4 คณะ

1 ใน 4 คณะนั้นคือ “คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง” ซึ่ง พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

นอกจากนี้ยังมีการตั้งสำนักงาน ป.ย.ป. ขึ้นมาโดยมีนางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป.

คณะกรรมการชุดนี้ มีมาต่อเนื่องถึงรัฐบาล “ประยุทธ์ 2/3”  มีการประชุมไปเพียง 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลงาน  ของสำนักงาน ป.ย.ป. ในช่วงที่ผ่านมา เช่น การปรับปรุงพัฒนากฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, การขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำ, บูรณาการข้อมูลสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้พิการ และการป้องกันและบรรเทาปัญหาฝุ่นควันนำร่องที่จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งหมดนี้ คือ 1 ทศวรรษ ในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ที่ซึมลึกถึงระดับฐานราก จากม็อบลงสู่ครอบครัว โดยการมีคณะกรรมการปรองดอง-สมานฉันท์ ไม่สามารถช่วยเยียวยา

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชุมนุม-ม็อบ