ชี้อนาคต “ฟิลลิปประกัน” ทุนสิงคโปร์จ่อลดสัดส่วนถือหุ้น
หลังจากกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ “ฟิลลิปแคปปิตอล” เข้ามาเทกโอเวอร์ “ฟินันซ่าประกันชีวิต”เพื่อฟื้นฟูกิจการบริษัท เมื่อปี 2555 และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “ฟิลลิปประกันชีวิต” นับจากนั้นจนถึงปัจจุบันก็ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงนี้เอง มีกระแสข่าวสะพัดว่ากลุ่มทุนสิงคโปร์จะขายหุ้นบริษัทออกไป
แจงลดสัดส่วนถือหุ้น-ไม่ทิ้งบริษัท
นายชวลิต ทองรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส-ฝ่ายขาย และ CAO บมจ.ฟิลลิปประกันชีวิต ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงคือ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครองหุ้นโดยต่างชาติไม่เกิน 49% ตามกฎหมายไทย หลังจากบริษัทเข้ามาเทกโอเวอร์ “ฟินันซ่าประกันชีวิต” เมื่อปี 2555 และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ฟิลลิปประกันชีวิต” ในปี 2557 ซึ่งโครงสร้างผู้ถือหุ้นมี “กลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล” ถือหุ้นถึง 99% และอีก 1% ถือหุ้นโดย “บมจ.วิริยะประกันภัย”
“ที่ผ่านมาสัดส่วนการถือหุ้นในฐานะนักลงทุนต่างชาติได้รับสิทธิพิเศษจาก รมว.คลังให้ถือหุ้นเกิน 49% แต่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขต้องขายหุ้นออกมาให้กับผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เมื่อดำเนินธุรกิจมาครบ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อกิจการ ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 3 ปี หรือภายในปี 2566 อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขได้ ก็สามารถขอขยายเวลาออกไปได้อีก 5 ปี ทั้งนี้ ขอย้ำว่าเป็นการขายหุ้นตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับรัฐบาลไทย ไม่ได้ขายบริษัททิ้ง เพราะเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน บริษัทแม่ก็มีกำไรหลายร้อยล้านเหรียญต่อปี” นายชวลิตกล่าว
เจรจาพันธมิตร 3 รายร่วมธุรกิจ
โดยปีนี้บริษัทได้เริ่มมองหาผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เพื่อดึงเข้ามาร่วมบริหารธุรกิจ ซึ่งคุณสมบัติ นอกจากมีฐานะทางการเงินที่ดี ยังต้องมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจในอนาคตได้ด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 2-3 รายที่แสดงความสนใจเข้ามาหารือ ทั้งบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันชีวิต, ธุรกิจการเงินการลงทุน และธุรกิจไอที ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) จะพิจารณา
อัพเงินกองทุน 1.1 พันล้าน
ส่วนกรณีที่เงินกองทุนของบริษัทลดลงไปค่อนข้างต่ำในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น นายชวลิตกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีปัญหา ล่าสุดทางกลุ่มฟิลลิปแคปปิตอลได้ใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามาแล้ว 1,100 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) เพิ่มขึ้น โดยช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เงินกองทุนขึ้นไปอยู่ที่ 156% จาก 134% ในช่วงไตรมาส 2 ขณะที่ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วอยู่ที่ 5,384 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนทั้งหมด 10,000 ล้านบาท ยังสามารถรองรับการเพิ่มทุนที่จำเป็นในอนาคตได้
คปภ.ชี้เงื่อนไขผ่อนปรนได้
นายชูฉัตร ประมูลผล รองเลขาธิการด้านกำกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันกฎกระทรวงการคลังเรื่องข้อกำหนดการถือครองหุ้นโดยต่างชาติของบริษัทประกันภัยในประเทศไทย จะมี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ 1.กรณีต่างชาติจะขอถือหุ้นเกิน 49% เพื่อแก้ปัญหาฐานะการเงิน และ 2.กรณีต่างชาติจะขอถือหุ้นเกิน 49% เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงของตัวบริษัทและอุตสาหกรรมประกันภัยไทย
ซึ่งภายใต้เงื่อนไขของ บมจ.ฟิลลิปประกันชีวิต เป็นกรณีแรก ดังนั้น สิ่งที่บริษัทต้องทำก็คือ ดำเนินการตามเงื่อนไขที่ รมว.คลังให้ไว้ก่อน แต่หากประเมินดูแล้วว่ามีฐานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่งเพียงพอ และต้องการถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่า 49% ก็สามารถยื่นขออนุมัติจากสำนักงาน คปภ.ได้ทั้ง 2 รูปแบบ แต่จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันคือ กรณีต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% เพื่อเป็นการแก้ปัญหาฐานะการเงิน จะถือหุ้นได้ไม่เกิน 75% และมีระยะเวลาถือครองแค่ 10 ปี ส่วนกรณีต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคง สามารถถือครองหุ้นได้ 100% แต่ต้องปฏิบัติตามคุณสมบัติ และเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด
“อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและดุลพินิจของ รมว.คลังด้วย ซึ่งแต่ละรายอาจจะไม่เหมือนกัน” นายชูฉัตรกล่าว
ทั้งหมดนี้ เป็นที่มาของกระแสข่าวการขายหุ้น “ฟิลลิปประกันชีวิต” ของกลุ่มทุนสิงคโปร์ ที่มีเงื่อนไขต้องปฏิบัติตาม ซึ่งคงต้องจับตากันต่อไปว่าพันธมิตร 3 รายที่ทาง “ฟิลลิปประกันชีวิต” กำลังเจรจาให้เข้ามาถือหุ้นนั้น จะเป็นใครกันบ้าง น่าจะมีความชัดเจนออกมาในไม่ช้า
