ธปท.เกาะติดโควิดรอบใหม่-ตลาดแรงงานกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย
ธปท.จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง การระบาดรอบใหม่ของโควิด-19-มาตรการปิดเมืองต่างประเทศ-ตลาดแรงงานยังมีจุดเปราะบาง รับเป็นความเสี่ยงกดดันเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้า ชี้ เศรษฐกิจไทยมีความทนท้านสะท้อนตัวเลขจีดีพีหดตัว -6.6% ลั่น ไม่ตอบเศรษฐกิจไทยเกิดภาวะถดถอยซ้ำซ้อน
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตัวเศรษฐกิจและการเงินในเดือนพฤศจิกายน 2563 ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง และหลายเครื่องชี้เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยธปท.ต้องติดตามสัญญาณการฟื้นตัวในระยะข้างหน้าผ่าน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1.การระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 จะมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ เพราะมีคนติดเชื้อค่อนข้างสูง จึงต้องดูการกระจายติดเชื้อและความรุนแรงและการจำกัดการแพร่ระบาด แม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะปรับลดลง แต่ไม่ลึกเท่าช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ในแง่การประเมินผลกระทบ จะเห็นว่าธปท.มีการประเมินอยู่ตลอดเวลา และมีการใส่เรื่องของโควิด-19 ไว้ในประมาณการระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่จบจึงต้องติดตามต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
2.การใช้มาตรการปิดเมืองของต่างประเทศจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งสะท้อนผ่านมาตรการดูแลแพร่ระบาด ซึ่งจะเห็นว่านับตั้งแต่เดือนธันวาคมหลายประเทศมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะติดตามดูว่ามีผลต่อกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งหากรุนแรงมากขึ้นจะกระทบเศรษฐกิจคู่ค้าและภาคการส่งออกของไทยที่กำลังขยายตัวได้ดีขึ้น
3.ความต่อเนื่องการฟื้นตัวตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แม้ว่าจะมีสัญญาณปรับดีขึ้น แต่ยังมีบางจุดที่มีความเปราะบางบางจุด และมีความไม่ทั่วถึง โดยตัวเลขอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งตัวเลขจำนวนผู้ว่างงานในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 7.8 แสนคน ลดลดจากเดือนตุลาคมอยู่ที่ 8.1 แสนคน และหากดูตัวเลขสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานอยู่ที่ 4.7 แสนคน จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 4.9 แสนคน ซึ่งเป็นผลมาจากในช่วงที่ผ่านมาจะมีแรงงานนอกระบบเข้ามาหางานทำ และสามารถหางานทำได้บ้างส่วน และหากดูตัวเลขผู้เสมือนการว่างงานที่ทำงานต่ำกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน จะพบว่าปรับลดลงจากเดือนตุลาคมอยู่ที่ 2.5 ล้านคน มาอยู่ที่ 2.2 ล้านคนในเดือนพฤศจิกายน
“หากดูความทดท้านของเศรษฐกิจต่อโควิด-19 รอบใหม่ถือว่ามีความทดท้านระดับหนึ่ง เพราะเดิมเศรษฐกิจอยู่กับภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วน 11% ของจีดีพี และนักท่องเที่ยวหายไปค่อนข้างเยอะ แต่จะเห็นว่าเศรษฐกิจที่คาดการณ์อยู่ที่ -6.6% ถือว่าเรามีความทดท้านระดับหนึ่ง และตลาดแรงงานก็มีความยืดหยุ่นไม่ได้เปลี่ยนไป และภาครัฐก็ดูแลไม่ให้มีผลกระทบและสามารถผ่านไปได้ไม่ได้รุนแรงเหมือนรอบแรก อย่างไรก็ดี การเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อน หรือ Dobble-Dip recession นั้นอาจจะต้องรอรายงานนโยบายการเงิน เนื่องจากในไตรมาสที่ 4 อาจจะยังไม่เห็นอะไรมาก และทั้งหมดถือว่าทำได้ค่อนข้างดี”