ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
ธปท. ประกาศความร่วมมือ 11 หน่วยงาน เร่งต้านการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ปราบทุนเทา พนันออนไลน์ คอร์รัปชั่น ชี้ผลกำกับซื้อทองคำ ทำให้ยอดธุรกรรมลดลง 70%
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. ได้ผนึกเจตนารมณ์ผสานพลังปกป้องภาคการเงินของไทย เพื่อร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ร่วมขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน (Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities)” เพื่อป้องกันเชิงรุกไม่ให้ภาคการเงินตกเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย น่าเชื่อถือ ปกป้องประชาชนจากความเสียหายจากการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด
สำหรับหลักการในการร่วมปราบธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย การปราบเงินเทา พนันออนไลน์และคอร์รัปชั่น มีทั้ง 1.การกำกับการถอนเงินสด 5 ล้านบาทต้องรายงาน 2.การถอนทองคำแท่งจากการซื้อขายหรือผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีปริมาณน้ำหนักตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป (หรือมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท) ต้องมีการรายงานชื่อและบันทึกข้อมูลผู้ทำธุรกรรม
3.กำหนดเพดานรับซื้อเงินตราต่างประเทศ 8 แสนบาท/ราย/วัน 4.กำหนดวงเงินโอนในแต่ละกลุ่มตามความเสี่ยง พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการจัดทำข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของลูกค้า (Customer Profiling)
รวมถึงบังคับใช้หลักเกณฑ์การบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) โดยเฉพาะการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USDT 5. การยกระดับหลักเกณฑ์ KYC CDD EDD สำหรับ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารพาณิชย์ กับระบบของ e-payment และ 6. กำหนดรูปแบบพฤติกรรมผิดปกติที่มีตลอด 24 รูปแบบ
“ยังร่วมยกระดับการทำ KYC/CDD/EDD ตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติแบบเชิงรุก พัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยงและเชื่อมต่อกับระบบ Central Fraud Registry (CFR) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้านมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ของอุตสาหกรรม และใช้เครือข่ายชุมชนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบาง”
อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินการร่วมมือระหว่างกันในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงปรับลดลงอย่างชัดเจน ทั้งยอดการซื้อขายทองคำจำนวน 2 กิโลกรัมมูลค่า 10 ล้านบาท จากที่เคยถึงระดับ 20,000 ล้านบาทต่อวัน ปรับลดลงเหลือ 3,000 ล้านบาทต่อวัน หรือลดลง 70% และยอดการเบิกถอดเงินสด 5 ล้านบาท ปรับลดลงถึงจาก 100,000 ล้านบาท เหลือ 40,000 ล้านบาท
สำหรับการร่วมมือประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย (TBA) สมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS) รวมถึง 6 สมาคมและชมรมของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank lender) รวมทั้งหมดจำนวน 11 หน่วยงาน
อีกทั้งในเดือน ต.ค.นี้เตรียมออกมาตรการใหม่ในการตรวจสอบประชาชนที่มีการฝากเงิน 5 ล้านบาทต้องแจ้งว่ามาจากที่ใด เพื่อร่วมยกระดับการปราบปรามธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย การจำกัดเงินเทา พนันออนไลน์ และคอร์รัปชันให้ลดน้อยที่สุดในประเทศไทย
“เงินเทาจะยังไม่หมดจากประเทศไทย จากการร่วมมือมือในครั้งนี้จะทำให้เงินเทาในประเทศค่อย ๆ ลดลงไปอย่างแน่นอน”