ครม. เห็นชอบ ขยายเวลาเข้าถึงสินเชื่อ Local Economy Loan อีก 1 ปี
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อน SME สู่ยุค 4.0 ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน ลงทุน และปรับปรุงกิจการสำหรับผู้ประกอบการ SME วงเงินสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 7 ปี โดยรัฐจะชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) อัตราร้อยละ 2 ต่อปี ใน 3 ปีแรก รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการสิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ธพว. ได้อนุมัติสินเชื่อ จำนวน 24,606 ราย วงเงินรวม 40,440 ล้านบาท มีวงเงินโครงการคงเหลือ 9,559 ล้านบาท
“เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นและบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ครม. จึงมติขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy Loan) ออกไปอีก 1 ปี คือสิ้นสุดวันที่ 18 ธันวาคม 2564”
น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในกลุ่มเป้าหมายที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ (1) ธุรกิจเกษตรแปรรูป (Food/Non-Food) (2) ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยว ธุรกิจที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) และ (3)ผู้ประกอบการใหม่ หรือมีนวัตกรรม หรือธุรกิจผลิต หรือบริการอื่นๆ หรือธุรกิจค้าส่งค้าปลีก
2.เป็นการให้สินเชื่อใหม่ ทั้งลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ และไม่ใช่ลูกหนี้ที่โอนหนี้ (Re-finance) มาจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมทั้งได้ตัด 2 หลักเกณฑ์เดิมที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินโครงการ คือ 1.ต้องเป็นผู้ประกอบการ SME ที่ไม่เคยได้รับการอนุมัติและใช้วงเงินสินเชื่อจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Policy Loan) และโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan 2.ต้องมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกสถาบันการเงินต่อราย (ไม่รวมกิจการในกลุ่ม) ไม่เกิน 50 ล้านบาท ณ วันยื่นขอกู้ ซึ่งทำให้กลุ่มเป้าหมายไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน จึงใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกัน แต่ บสย. มีวงเงินไม่เพียงพอในการค้ำประกัน
“การขยายระยะเวลาโครงการและปรับปรุงหลักเกณฑ์กลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อีกประมาณ 5,760 ราย วงเงินกู้เฉลี่ยต่อรายไม่เกิน 1.65 ล้านบาท ภายใต้วงเงินโครงการคงเหลือ 9,559 ล้านบาท และสามารถรักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 28,800 คน อีกทั้งยังสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 43,510 ล้านบาทด้วย”