เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิด “โครงการบ้านผีเสื้อ” เชียงใหม่ บ้านไฮโดรเจนแห่งแรกในอาเซียน

21 ม.ค. 2564 | 14:17น.

กระทรวงพลังงาน เปิด “โครงการบ้านผีเสื้อ” เชียงใหม่ บ้านไฮโดรเจนแห่งแรกในอาเซียน หลังไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลก

วันที่ 21 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการบ้านผีเสื้อของประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 32 โครงการต้นแบบด้านไฮโดรเจนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation แพลตฟอร์มนี้นำเสนอโครงการชั้นนำที่เรียกว่า “Hydrogen Valleys” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาโครงการที่ส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

จากการประกาศโครงการไฮโดรเจนชั้นนำของโลกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป มีโครงการบ้านผีเสื้อที่พัฒนาโดย Enapter หนึ่งในบริษัทไฮโดรเจนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้ โครงการนี้สร้างขึ้นในปี 2015 เป็นกลุ่มอาคารบ้านพักแห่งแรกของโลกที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ผลิตไฟฟ้าใช้เองทั้งหมด ที่สำคัญโครงการบ้านผีเสื้อเป็นเพียงโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Hydrogen Valley และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีการใช้งานจริง จาก Hydrogen Valley อื่นๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

 

แนวคิด Mission Innovation ริเริ่มจาก การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส เมื่อปี 2015 เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดในระดับโลก การเปิดตัวแพลตฟอร์มในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านนวัตกรรม 1 ใน 8 ด้าน นำโดยประเทศออสเตรเลีย เยอรมัน และสหภาพยุโรปในฐานะผู้นำร่วมของเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและไฮโดรเจนสะอาด

“ประเทศไทยตั้งเป้าให้มีสัดส่วนพลังงานทดแทน 30% ภายในปี 2037 ทั้งนี้ ความท้าทายไม่ใช่แค่การผลิตพลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ประเทศไทยเห็นว่าการกักเก็บพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงยินดีที่ทราบว่าประเทศไทยมีโครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ในแพลตฟอร์ม Hydrogen Valley ของ Mission Innovation และหวังว่าบ้านผีเสื้อจะไม่เป็นเพียงโครงการเดียวแต่เป็นโครงการแรกของอีกหลาย ๆ โครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

Georg Schmidt เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโครงการเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ โครงการบ้านผีเสื้อ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการที่แสดงให้เห็นว่าพลังงานไฮโดรเจนสามารถนำมาใช้ได้แล้วในวันนี้ เป็นต้นแบบของ Enapter บริษัทสัญชาติเยอรมันที่เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างไทย-เยอรมัน

Mr. Sebastian-Justus Schmidt

Mr. Sebastian-Justus Schmidt กงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประจำเชียงใหม่ เจ้าของโครงการบ้านผีเสื้อ เชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งบริษัท Enapter ผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่ติดตั้งอยู่ในโครงการบ้านผีเสื้อ กล่าวว่า บ้านผีเสื้อเป็นกลุ่มอาคารบ้านพักที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานแบบไฮบริดไฮโดรเจน ร่วมกับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ทำงานโดยการผลิตไฮโดรเจนจากน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นโครงการพลังงานทางเลือก ที่ไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย ทั้งยังสามารถนำพลังงานกลับมาใช้หมุนเวียนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อเริ่มต้นทำโครงการบ้านผีเสื้อ ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงมาก แต่ปัจจุบันราคาลดลงกว่า 50% สำหรับอัตราค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบ้าน 5,000 บาทต่อตัวต่อปี ใช้งานได้ 6-10 ปี หรือหากติดตั้งเฉพาะระบบ ราคาก็อยู่ที่ 2-4 ล้านบาท แล้วแต่ขนาดของบ้านหรืออาคาร

ด้านความปลอดภัย ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เนื่องจากโมเลกุลมีขนาดเล็กและเบา มีลักษณะคล้ายก๊าซ ngv ซึ่งต้องเก็บด้วยความระมัดระวัง หากหลังคาบ้านหรืออาคารโปร่ง สูง โล่ง ก็จะเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น
Enapter เป็นผู้ผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์เทคโนโลยี AEM ที่มีประสิทธิภาพสูง รายเดียวของโลก ที่มีประสิทธิภาพสูง และทำงานแบบโมดูลาร์ เครื่องผลิตไฮโดรเจนชนิดนี้ถูกใช้อยู่ในกลุ่มลูกค้ามากกว่า 100 ราย กระจายอยู่กว่า 30 ประเทศ Enapter ได้เลือกประเทศเยอรมันเป็นฐานผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์แห่งใหม่ จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022

ทั้งนี้ ฐานผลิตแห่งใหม่จะสามารถผลิตอิเล็กโทรไลเซอร์ได้มากกว่า 100,000 โมดูลต่อปี ด้วยสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่มีการใช้งานมานานกว่า 10 ปีทำให้อิเล็กโทรไลเซอร์ของ Enapter มีเอกลักษณ์พิเศษ ต้นทุนต่ำ และขนาดกะทัดรัด เทคโนโลยีนี้มีการใช้อยู่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลกทั้งในอุตสาหกรรมพลังงาน ขนส่ง โทรคมนาคม การผลิตความร้อน และอื่นๆ