สุทธิรัตน์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ฟื้นท่าเรือบางปะกง ต่อยอด “บี จิสติกส์”
สัมภาษณ์พิเศษ
การจะสร้างจุดแข็งธุรกิจตนเองเพื่อเป็นแต้มต่อในการแข่งขันนั้น อาจต้องอาศัยพาร์ตเนอร์ เหมือนกับ บมจ.บี จิสติกส์ หรือ B
ถึงจะไม่ใช่น้องใหม่ในวงการโลจิสติกส์ แต่กลับมีข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่ง เพราะเป็นเจ้าของ “ท่าเรือบางปะกง” ที่กำลังกลับมาฟื้นธุรกิจในปี 2564 โดยมี บมจ.มิลล์คอน สตีล ผู้ผลิตเหล็กเส้นรายใหญ่เข้าถือหุ้น 32.77% และแต่งตั้งให้ “สุทธิรัตน์ ลีสวัสดิ์ตระกูล” กรรมการของมิลล์คอนฯ ขึ้นเป็นรองประธานกรรมการบริษัท “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษถึงแผนยกเครื่องธุรกิจขนส่งให้ครบวงจร
ปรับโฉมบางปะกง เทอร์มินอล
“บางปะกง เทอร์มินอล” หรือ BTC คือชื่อเดิมของ บี จิสติกส์ ที่ใช้ตั้งแต่กลุ่มผู้ถือหุ้นเก่า หลังก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2541 ทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทั้งในและต่างประเทศ บริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ นายหน้าพิธีศุลกากรและคลังสินค้า โดยมีท่าเรือเป็นของตัวเองในพื้นที่ 90 ไร่ ตั้งอยู่ที่ฉะเชิงเทราติดอ่าวไทยบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง
บางปะกงเป็นอีกหนึ่งท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ด้วยตะกอนทรายที่ทับถมทำให้ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นท่าเรือน้ำตื้น จึงถูกใช้เป็นท่าขึ้นของสินค้าเกษตร การใช้บริการที่ไม่มากนักบวกกับสถานการณ์อื่น ๆ ท่าเรือจึงถูกลดทอนศักยภาพลงเรื่อย ๆ ทำให้ BTC ค่อนข้างลำบากและขาดทุนต่อเนื่องหลายปี
มาปี 2561 บมจ.มิลล์คอน สตีล เห็นศักยภาพจึงตัดสินใจเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 32.77% ที่เหลือกระจายให้รายอื่น ๆ โดยไม่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเหลืออยู่ ในฐานะผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทมีมติปรับโครงสร้างใหม่ มองการขยายฐานลูกค้าที่ไม่ได้โฟกัสเฉพาะอุตสาหกรรมหนักเช่นเคย
เป้าหมายเราต้องบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งให้ดี ไม่เน้นแข่งราคาเพราะเป็นตลาดเรดโอเชียน ยกตัวอย่างมิลล์คอนฯเดิมต้องจ้างบริษัทขนส่ง ดังนั้น การที่มิลล์คอนฯเข้าถือหุ้นก็คือการลดต้นทุน
ลงทุนในธุรกิจพลังงาน
บริษัทยังโฟกัสธุรกิจหลักโลจิสติกส์ มีสัดส่วนรายได้ 70% แม้มีความเสี่ยงจากดิสรัปชั่น แต่เราเห็นชัดในช่วงโควิด-19 เห็นโอกาสในการขนส่ง หลายธุรกิจโตอย่างก่อสร้าง e-Commerce นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ อีก 30% ในส่วนนี้เป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงาน 4-5% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (solar cell) ผ่านบริษัทร่วมทุนที่เวียดนามด้วยเงิน 160 ล้านบาท ขนาด 29 เมกะวัตต์ ถือหุ้น 40%
ล่าสุดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ให้การไฟฟ้าเวียดนามแล้ว และบี จิสติกส์ยังได้ลงทุนธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศผ่านบริษัท เมกกะวัตต์ จำกัด สัดส่วน 5% ของทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท หรือ 125 ล้านบาทในปีนี้คาดว่าจะรับรู้รายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าบางส่วน
และยังลงทุนในแพลตฟอร์มของผู้ค้ารายใหญ่ “ไซเบอร์ทรัค” เป็นธุรกิจขนส่งที่ไม่ใช้คนขับ หรือกับ “โซโกะจัง” ที่เป็นบริษัทขนส่งงานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) เราอยากเรียนรู้แพลตฟอร์มจากเขา รวมถึง “ลาซาด้า” รายนี้เป็นพาร์ตเนอร์ B to B
ความยากของธุรกิจ
ธุรกิจนี้เป็นเรื่องบริหารจัดการรถขนส่ง เรามีรถของตัวเองและของบริษัทที่เราจ้าง ข้อดีคือ รถเราจะได้มาร์จิ้นสูงแต่ต้องแบกค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมัน และจะทำอย่างไรไม่ให้ตีรถเปล่ากลับ เราต้องหาพาร์ตเนอร์เพื่อให้คุ้ม เรื่องคนเราจะสกรีนมากมีการตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรม ให้มั่นใจคนขับและความปลอดภัย ดูแลสินค้าที่มีมูลค่าส่งถึงปลายทางได้ มีระบบเตือนเมื่อการขนส่งผิดปกติ เช่น ออกนอกเส้นทาง
ปี 2564 จะทำกำไรครั้งแรก
เราตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะโต 10-15% คาดว่าจะเป็นปีที่มีกำไรสุทธิจากการปรับโครงสร้าง การลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เริ่ม COD แล้ว การลดต้นทุนและนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนธุรกิจ ปีนี้จะขยายฐานลูกค้าจากอุตสาหกรรมหลักไปยังกลุ่มเกษตร/อาหาร กลุ่มยาเวชภัณฑ์ และเตรียมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริการขนส่งสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเช็กสินค้าได้ตลอดเส้นทาง
เรื่องผลประกอบการที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯรอบ 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย. 2563) บริษัทมีรายได้ 273.33 ล้านบาท ขาดทุน 32.04 ล้านบาท เราเห็นสัญญาณจากที่ตู้คอนเทนเนอร์ขาด แม้โควิด-19 จะคลี่คลาย แต่ตู้ยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่ความต้องการยังมีสูงมาก แสดงว่าบริษัทมีโอกาส มีงาน operate ตู้คอนเทนเนอร์อยู่เหมือนกัน
ขนส่งในสถานการณ์โควิด-19
เราไม่มีปัญหากับกฎระเบียบการขนส่งที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แต่ตอนนี้เกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็เจออุปสรรคเรื่องเส้นทางขนส่งระหว่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็น red zone คือ ระยอง-ชลบุรี บางครั้งรถขนส่งใช้เส้นทางปกติ ขณะที่แต่ละจังหวัดจะใช้เอกสารต่างกัน หรือบางคันเข้าได้แต่ออกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ
อยากให้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจน เพื่อไม่ให้รถขนส่งค้างที่ด่านนานเกินไป เพราะจะเกิดผลเสีย ถึงปลายทางล่าช้าและคลาดเวลาลงเรือ