เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
Economic รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ย.) ปรับลง 0.19% อยู่ที่ 84,077 เหรียญสหรัฐ
อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
Finance อนุทินโรดโชว์ตลาดหุ้น “นิวยอร์ก” ดึงบิ๊กธุรกิจสหรัฐลงทุนไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
ดูทั้งหมด

รับมือวิกฤต “น้ำมันแพง” 2 ปี ถกคลังคํ้าเงินกู้แสนล้านโปะกองทุน

26 ก.ย. 2569 | 07:05น.

ประเทศไทยเตรียมรับวิกฤตน้ำมันรอบใหม่สาหัส ครม.อนุมัติแผนรับมือยาว 3 ปี จนถึงปี’72 ขีดเส้นกองทุนน้ำมันฯ อุ้ม 3 กรณี “ราคาพุ่ง-ผันผวน-ขาดแคลน” พร้อมขยายกรอบผันผวนจาก 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 10 ดอลลาร์ภายใน 1 สัปดาห์ สนพ.เผยกองทุนน้ำมันฯ หลังแอ่น ติดลบแสนล้านสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ถกคลังออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ “กรุงไทย-ออมสิน” อีกแสนล้าน เตือนคนไทยรับมือ แพงยาวไปอีก 2 ปี เพราะตะวันออกกลางต้องใช้เวลาฟื้นฟู ส.อ.ท.วอนรัฐซัพพอร์ตเอกชน ช่วยลดต้นทุน ให้สิทธิประโยชน์จูงใจลดใช้พลังงาน ขณะที่ “เอกนัฏ” เดินหน้าดึงเงินโรงกลั่นช่วยพยุงราคาแล้ว 7 รอบ รวม 28,000 ล้าน

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขยับสูงขึ้นอีกครั้ง มีผลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 มีมติเห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569-2572 และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569-2572 ตามที่กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า แผนรองรับวิกฤตการณ์ฉบับใหม่ได้กำหนดเงื่อนไขการนำเงินกองทุนน้ำมันฯ มาใช้ชดเชยหรืออุดหนุนราคาเมื่อเกิดวิกฤตหากเกิด 3 สถานการณ์นี้ขึ้น คือ 1.เมื่อเกิดราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อประชาชน 2.ราคาน้ำมันเกิดความผันผวนรุนแรง และ 3.กรณีน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

กรณีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้กำหนดให้ราคาขายปลีกดีเซลหรือเบนซินสูงกว่า 30 บาท/ลิตร ขณะที่ LPG จะเข้าสู่เกณฑ์เมื่อราคาต้นทุนโรงแยกก๊าซของ ปตท.สผ. และ UAC สูงกว่าราคานำเข้าหรือราคาขายปลีกเกิน 423 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม จากเดิม 363 บาท/ถัง

ส่วนกรณีราคาผันผวนมีการปรับเกณฑ์สำคัญ โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปต้องเปลี่ยนแปลงมากกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ภายใน 1 สัปดาห์ จากเดิม 5 ดอลลาร์ หรือราคาขายปลีกในประเทศเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2 บาท/ลิตร ภายใน 1 สัปดาห์ จากเดิม 1 บาท/ลิตร และหากราคา LPG ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงมากกว่า 35 ดอลลาร์/ตัน ภายใน 1 เดือน หรือราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงรวมมากกว่า 1 บาท/กิโลกรัม ภายใน 1 เดือน จะถือว่าเข้าข่ายภาวะผันผวน

โดยปรับช่วงเวลาการประเมินให้สอดคล้องกับราคาก๊าซ LPG CP ซึ่งประกาศเป็นรายเดือน ซึ่งการขยับเกณฑ์ความผันผวนของน้ำมันจาก 5 ดอลลาร์ เป็น 10 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนสภาพตลาดน้ำมันโลกที่มีความผันผวนสูงขึ้น

ขณะเดียวกันแผนฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศมากขึ้น เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังต้องหารือโครงสร้างราคาไบโอดีเซลและเอทานอล เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง โดยเป้าหมายคือ การเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานและลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันตลาดโลกในระยะยาว

เตรียมกู้แสนล้านโปะกองทุน

สำหรับฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่อง โดยมียอดติดลบราว 95,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 700 ล้านบาทต่อวัน คาดว่ากองทุนน้ำมันฯ จะมียอดติดลบแตะ 100,000 ล้านบาท ภายในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569 ทำให้ต้องเร่งเตรียมแผนด้านสภาพคล่อง เพื่อให้กองทุนสามารถรองรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานต่อไปได้

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การกู้เงินภายใต้การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. …. โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งวงเงินเบื้องต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับระดับหนี้และภาระการอุดหนุนในช่วงที่ดำเนินการจริง

“วงเงินดังกล่าวยังต้องประเมินอีกครั้ง เพราะต้องพิจารณาทั้งภาระหนี้เดิมและแนวทางบริหารราคาพลังงานในระยะต่อไป โดยการกู้จะเน้นทยอยเบิกตามความจำเป็น การกู้รอบใหม่ยังต้องหารือร่วมกับปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนโยบายการดูแลราคาพลังงานจะเป็นปัจจัยโดยตรงต่อวงเงินที่จำเป็นต้องใช้ โดยแหล่งเงินเบื้องต้นพิจารณาธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน และให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเช่นเดียวกับแนวทางที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ การกู้เงินครั้งก่อนหน้า 20,000 ล้านบาท เป็นการกู้โดยกองทุนน้ำมันฯ เอง ไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. โดยกู้จากธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 10,000 ล้านบาท และนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้เดิมแล้ว ส่วนการกู้รอบแรกเมื่อปี 2565 กองทุนเคยได้รับกรอบวงเงิน 150,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี แต่กู้จริง 105,333 ล้านบาท ปัจจุบันเหลือหนี้ประมาณ 18,470 ล้านบาท

และมีแผนทยอยชำระหมดในช่วงปี 2570-2572 ซึ่งในความเป็นจริง หากไม่เกิดวิกฤตตะวันออกกลางเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินที่กู้มาจะใช้หนี้แบงก์หมดภายใน 5 ปี หรืออาจจะเร็วกว่านี้ แต่เมื่อเกิดวิกฤตรอบใหม่ กลับกลายเป็นว่า การใช้หนี้ยังไม่หมดและต้องกู้เพิ่มเข้ามาใหม่อีกก้อน

ทำใจรับน้ำมันแพงไปอีก 2 ปี

นอกจากการเตรียมสภาพคล่องแล้ว แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันฯ ฉบับใหม่ยังปรับโครงสร้างการบริหารกองทุน โดยแยกบัญชีฐานะระหว่างกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม LPG อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการนำเงินจากกลุ่มหนึ่งไปอุดหนุนอีกกลุ่มหนึ่ง แนวทางการบริหารราคาจะเน้นการชดเชยดีเซลและ LPG เป็นหลัก พร้อมกำหนดให้มีการสะสมเงินเข้ากองทุนในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง เพื่อสร้างสภาพคล่องสำรองไว้รองรับสถานการณ์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การกู้เงินไม่ใช่ทางเลือกเดียว เพราะกองทุนน้ำมันฯ ยังสามารถลดภาระด้วยการทยอย Exit จากการตรึงราคาหรือปรับลดการชดเชย ซึ่งจะช่วยลดเงินไหลออก แต่ผลโดยตรงคือ ราคาขายปลีกอาจปรับสูงขึ้น

“หากต้องใช้แนวทาง Exit จำเป็นต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชนเป็นรายกรณี และหารือกับรัฐบาลว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มหรือแนวทางอื่นเข้ามารองรับหรือไม่ สำหรับปัจจัยเสี่ยงในระยะต่อไป สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีแนวโน้มยืดเยื้อ และอาจทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกทรงตัวในระดับสูง ราคาน้ำมันจะยังสูงไปถึง 2 ปี เพราะการฟื้นฟูแหล่งคลังพลังงานที่ถูกโจมตียังต้องใช้เวลา แม้ระยะสั้นราคาจะเริ่มปรับลดลงแล้วก็ตาม”

ส.อ.ท.วอนรัฐดูแล SMEs

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเส้นทางขนส่ง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว หากราคาดีเซลอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ต้นทุนเชื้อเพลิง แต่จะส่งผ่านตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบ การผลิต การเดินเครื่องจักรกลการเกษตร การก่อสร้าง ไปจนถึงการกระจายสินค้า โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีอัตรากำไรจำกัด ต้นทุนพลังงานที่สูงต่อเนื่อง จึงมีโอกาสกระทบต่อราคาสินค้า กำลังซื้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

ส.อ.ท.จึงแนะผู้ประกอบการเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุน โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาติดตามและบริหารจัดการพลังงาน บำรุงรักษาเครื่องจักร ปรับปรุงกระบวนการผลิต และพิจารณาลงทุนใน Solar Rooftop นอกจากนี้ ควรเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และบริหารเส้นทางขนส่ง เพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่าด้วยระบบ Backhaul รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ให้บริการขนส่ง

ขณะที่ภาครัฐควรสนับสนุนมาตรการผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงได้ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินสนับสนุนการตรวจประเมินพลังงาน รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง Solar Rooftop ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ ทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ขณะที่ภาครัฐต้องเดินหน้าบริหารสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ควบคู่กับการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ท่ามกลางความเสี่ยงที่ราคาพลังงานโลกยังมีโอกาสผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ มาตรการส่งเสริมการลดใช้พลังงานของภาครัฐ มีหลายหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อน โดยกระทรวงพลังงานและกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นหน่วยงานหลักด้านการอนุรักษ์และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ครอบคลุมทั้งโรงงาน อาคาร ธุรกิจ และภาครัฐ ผ่านกฎหมายโรงงานและอาคารควบคุม การจัดทำระบบจัดการพลังงาน รวมถึงการสนับสนุนเงินลงทุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง 

ด้านประชาชนและภาคธุรกิจทั่วไป มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงและฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ส่วน

สำหรับสิทธิประโยชน์ในส่วนอื่น เช่น บีโอไอ มีมาตรการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนเปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องจักร เพื่อลดการใช้พลังงาน ใช้พลังงานทดแทน หรือลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยให้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในสัดส่วน 50% ของเงินลงทุน ตามเงื่อนไขของมาตรการ ขณะที่กรมสรรพากร มีกลไกด้านภาษีสำหรับการลงทุนในวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ช่วยประหยัดพลังงาน โดยมีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว

ดึงค่าการกลั่นช่วยอุ้ม 28,000 ล้าน

อีกมาตรการหนึ่งที่จะพยุงราคาน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตัดสินใจดึงส่วนต่างค่าการกลั่นจากโรงกลั่นน้ำมันมาใช้ดูแลราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการแล้ว 7 ครั้ง คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 28,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระราคาน้ำมันให้กับประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ผันผวน 

ดังนั้น การที่ กบง. ยังไม่ยุติการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น และมีเงินกองทุนน้ำมันฯ หรือมาตรการอื่นเข้ามารับช่วง จึงทำให้ต้นทุนดีเซลในระบบไม่ต้องรับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ประชาชนยังเติมน้ำมันในราคาที่ขยับเพียงเล็กน้อย ไม่สูงในทันทีตามราคาตลาดโลก 

คลังรับต้องออก พ.ร.ก.ค้ำแสนล้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในขณะนี้ จนส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบมากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่า จะต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ค้ำประกันการกู้เงินให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แบบเดียวกับที่เคยออก พ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อปี 2565 ส่วนวงเงินคาดว่าจะอยู่ระดับ 1-1.5 แสนล้านบาท

เล็งลดภาษี E20-B20 อุ้ม

ขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า จะพิจารณาการใช้ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เป็นเครื่องมือบริหารจัดการราคาน้ำมัน หลังจากที่ผ่านมา ไม่ได้ใช้เครื่องมือนี้ เนื่องจากกระทบรายได้รัฐบาล และในปีงบประมาณ 2569 พื้นที่ทางการคลังเหลือแค่กว่า 10,000 ล้านบาทเท่านั้น หากนำมาใช้จะเกิดวิกฤตการคลังได้

“ในปีงบประมาณ 2569 นี้ ประเทศไทยเหลือพื้นที่ทางการคลัง สำหรับการกู้เงินแค่กว่า 1 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งหากลดภาษีน้ำมันจะทำให้เกิดวิกฤตการคลังได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณ 2570 จะต้องพิจารณาพื้นที่ทางการคลังอีกครั้ง เพื่อให้บริหารได้อย่างเหมาะสม หากมีการใช้เครื่องมือภาษีน้ำมัน จะหารือหลักการร่วมกัน โดยมีเงื่อนไขเพื่อช่วยเหลือราคาน้ำมัน E20 และ B20 ซึ่งจะเป็นการลดภาษี เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คนไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังในประเทศ” ดร.เอกนิติกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันแพง