‘ทีเอ็มบี-ธนชาต’ ส่งกองทุนหุ้นจีน-สหรัฐ ผลตอบแทนอู้ฟู่สูงสุด 51.90%
‘ทีเอ็มบี-ธนชาต’ ส่งกองทุนหุ้นสหรัฐ-จีนให้เลือกช้อปถึง 4 กองทุน แนะซื้อสะสมดักทางเศรษฐกิจ 2 ประเทศฟื้นตัว ชี้โอกาสลงทุนบริษัทนวัตกรรมระดับโลก โชว์ผลตอบแทนหรู 51.90%
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าในปี 2564 นี้ผลตอบแทนจากหุ้นจีนและหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยเศรษฐกิจจีนภาพรวมยังดูดีเห็นได้จาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงแข็งแกร่งทั้งด้านการค้า การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นสหรัฐ
สำหรับสหรัฐฯ แม้ภาพรวมอาจดูว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาก แต่เนื่องด้วยบริษัทที่ขับเคลื่อนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ทำให้ที่ผ่านมาหุ้นสหรัฐฯ ยังสามารถให้ผลตอบที่ดีได้
ทั้งนี้ สำหรับความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าของทั้งสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจนั้น แม้ว่าจะมีนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าความสัมพันธ์ของสหรัฐ-จีน อาจไม่ต่างกับสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่สิ่งที่มีความต่างกัน คือ การดำเนินนโยบายด้านต่างประเทศของประธานาธิบดีคนใหม่อย่างนายโจ ไบเดน ที่คาดว่าจะใช้วิธีการกดดันที่ไม่รุนแรง และน่าจะจับมือหรือให้การสนับสนุนมากกว่า
ตลาดหุ้นจีน
ขณะที่เศรษฐกิจจีนนั้นมีความน่าสนใจ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะมีการเติบโตที่สูงกว่ากลุ่มประเทศอื่นๆ โดยในปี 2021 คาดว่าจะมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า 8% ซึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตสวนกระแสโลก เนื่องมาจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ในจีนที่มีการพัฒนาไปไกลมาก และด้วยการศึกษาสูงขึ้นและมีทักษะแรงงานมากขึ้น จึงทำให้ประชากรจีนส่วนหนึ่งมีรายได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงยิ่งส่งเสริมให้มีการบริโภคในประเทศมากขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ในแง่ของการควบคุมโควิด-19 ในจีนทำได้ดีจากจัดการที่เข้มงวด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการจ้างงานทำให้อัตราว่างงานลดลงยิ่งเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น ประกอบกับมูลค่าตลาดที่ยังน่าสนใจ จะพบว่าหุ้นจีนแม้จะทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังถือว่าราคาไม่แพงนัก โดยราคาหุ้นต่อกำไร (PE) ของหุ้นจีนยังอยู่ในระดับต่ำกว่ากลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น กองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่จึงมีความน่าสนใจมาก เพราะจะได้รับประโยชน์จากการบริโภคภายในประเทศที่กำลังกลับสู่ภาวะปกติ และยังมีปัจจัยสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับตลาดจีนในระยะยาว
กองทุนหุ้นจีน
ในการนี้ บริษัทฯ จึงแนะนำการลงทุนใน กองทุน T-ES-CHINA A และ TMB-ES-CHINA A ลงทุนในกองทุนหลักคือ กองทุน UBS (Lux) IS – China A Opportunity จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 5 มี.ค.63 โดยผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงวันที่ 25 ม.ค.64 นั้น กองทุน T-ES-CHINA A ทำผลตอบแทนได้ 48.71% Benchmark (MSCI China A onshore NR) 44.29% ในขณะที่ TMB-ES-CHINA A ทำผลตอบแทนได้ 48.37% Benchmark (MSCI China A onshore NR) 44.29% (แหล่งที่มา Morningstar, 25 ม.ค.64)
ส่วนมุมมองการลงทุนสำหรับหุ้นสหรัฐฯ นั้น นายอดิศร กล่าวว่า แม้จะเผชิญปัญหาจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังมีจำนวนมากที่สุดในโลกอยู่ โดยคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่าร้อยล้านราย แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือหุ้นสหรัฐไม่ได้รับผลกระทบอย่างที่ควรจะเป็น ตลอดปี 2020 ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P 500 ยังทำผลตอบแทนได้กว่า 18% เนื่องด้วยหุ้นที่ขับเคลื่อนดัชนีนั้นอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าสหรัฐได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด แต่หุ้นสหรัฐก็กลับได้รับประโยชน์จากโควิด-19 อย่างมากเช่นกัน
นอกจากนั้น ยังพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปัจจัยบวกที่น่าสนใจภายหลังจากการเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ของนายโจ ไบเดน ซึ่งได้มีการลงนามในคำสั่งพิเศษหลายฉบับเพื่อแก้ปัญหาที่เร่งด่วนรวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่มาตรการการเงินและการคลังที่มีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ได้มีการนำมาใช้ และตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดูดีขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับการเริ่มเห็นความผันผวนของตลาดที่ลดลง ถึงแม้มูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Valuation) จะค่อนข้างสูง อาจจะมีความผันผวนระยะสั้นอยู่บ้างก็ตาม
กองทุนหุ้นสหรัฐ
สำหรับกองทุนที่ได้รับประโยชน์ จากการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงการวิจัยและพัฒนา คือ กองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ที่ลงทุนในกองทุนหลัก คือ กองทุน Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนนี้จะเน้นลงทุนใน 5 นวัตกรรมที่มาแรงที่มีโอกาสสร้างการเติบโตให้กับโลกอย่างมากในช่วง 10 ปีข้างหน้า
กองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ได้มีการจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 29 ต.ค.63 โดยผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงวันที่ 25 ม.ค.64 นั้น กองทุน T-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 51.90% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index) 19.22% ในขณะที่ TMB-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 50.72% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index) 19.22% (แหล่งที่มา Morningstar, 25 ม.ค.64)
ช่องทางลงทุน
ทั้งนี้ หากสนใจลงทุนกองทุน T-ES-GINNO และ T-ES-CHINA A สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทรศัพท์ 0 2126 8399 กด 0 หรือ TMB ธนชาต หรือผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfundeastspring.com
และหากสนใจลงทุนกองทุน TMB-ES-GINNO และ TMB-ES-CHINA A สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tmbameastspring.com หรือติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ TMBAM Eastspring โทร.1725 ในเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบริษัทฯ ได้แก่ ธนาคาร TMB ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือตัวแทนการสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับแต่งตั้ง