สธ.พบหนุ่มไทย ติดโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้รายแรก
สธ.เผยพบเชื้อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ในไทยครั้งแรก ผู้ป่วยอยู่สถานกักกัน ยันเชื้อไม่หลุดออกมาภายนอก แย้มคาดสายพันธุ์นี้ลดประสิทธิภาพวัคซีน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้ตรวจพบโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ครั้งแรกในประเทศไทย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 41 ปี อาชีพรับซื้อพลอยในประเทศแทนซาเนีย 2 เดือน
จากการสอบสวนโรค ผู้ป่วยให้ประวัติว่าที่ประเทศดังกล่าวไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัย ทั้งนี้ ผู้ป่วยให้ไทม์ไลน์ว่า

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.64 เดินทางต่อเครื่องจากเอธิโอเปียมาสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าพักในสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine)
ต่อมาวันที่ 3 ก.พ. เก็บตัวอย่างเชื้อครั้งที่ 1 ให้ผลบวก จึงเข้าสู่การรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อทางการทราบว่าเดินทางมาจากแอฟริกา จึงเห็นควรถอดรหัสพันธุกรรม ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย
“จากการถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสพบว่า เป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ดังนั้น ทีมสอบสวนโรคจึงไปตรวจสอบสถานกักกันโรคและ รพ. พบว่าทุกคนสวมเครื่องมือป้องกัน หรือชุด PPE ค่อนข้างดี รวมถึงตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ให้ผลลบทุกราย จึงค่อนข้างสบายใจได้ว่าไม่น่ามีการติดเชื้อหลุดออกมาภายนอก”
อย่างไรก็ตาม นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด อาจทำให้เกิดปัจจัยลบดังนี้
1.การติดเชื้อง่ายขึ้น เช่น สายพันธุ์ในอังกฤษ
2.อาจทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนน้อยลง โดยขณะนี้ทั่วโลกจับตาสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ที่ระบาดในโซนแอฟริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา แต่ยังไม่ค่อยพบในเอเชีย
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่า อาจทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนโควิดน้อยลง ตามที่แอฟริกาใต้ได้สั่งระงับการให้วัคซีนบางตัวแล้ว
3.อาการโรครุนแรงมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานในส่วนนี้
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีหลายหน่วยงาน เช่น สธ. มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อที่เข้าสู่ประเทศไทย พบว่าส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์ G ไม่มีความรุนแรง แต่ติดต่อง่าย เพราะผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ