กรมสรรพสามิต คาดสิ้นปีงบ’64 เก็บรายได้เกินเป้า 5.5 แสนล้านบาท
หนี้-เงินบาท
กรมสรรพสามิต คาดสิ้นปีงบประมาณ 2564 เก็บรายได้เกินเป้า 5.5 แสนล้านบาท เนื่องจากมองว่าช่วงครึ่งหลังของปีสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายมากขึ้น
วันที่ 30 มี.ค. 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมลดลงมา เหลือ 5.5 แสนล้านบาท จากประมาณการเอกสารงบประมาณอยู่ที่ 6.34 แสนล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2564 จะสามารถจัดเก็บได้เกินเป้าหมายเล็กน้อย เนื่องจากมองว่าช่วงครึ่งหลังของปีสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนออกไปเดินทางมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อการจัดเก็บรายได้จากอัตราภาษีน้ำมันได้เพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ ซึ่งสามารถเก็บภาษีได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการจัดงาน MOTOR EXPO ในช่วงเดือน ธ.ค. 2563 ขณะที่ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2564 ก็ยังสามารถเก็บภาษีได้ และรวมไปถึงการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย แม้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการควบคลุมการดื่มแอลกอฮอล์ ป้องการโควิด-19 แพร่ระบาด แต่ก็ยังเก็บภาษีได้ดี
พร้อมกันนี้ การจัดเก็บรายได้ของกรมในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม 2563 –กุมภาพันธ์ 2564) มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีน้ำมันแล้ว 92,754 ล้านบาท ภาษีรถยนต์ 36,677 ล้านบาท และภาษีเบียร์ 34,671 ล้านบาท และอื่น ๆ รวม 230,852 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรมอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตในอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ใช้พลังงานน้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหากในอนาคตมีการใช้งานกันอย่างครอบคลุม อาจจะต้องมีการเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าด้วย โดยหลักการจะพิจารณาเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์