เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,650 บาท
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
Finance สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
ดูทั้งหมด

ประวิตร เอาจริง สั่งใช้กฎหมายเข้ม ตัดวงโคจรปล่อยข่าวปลอมวัคซีนโควิด

14 พ.ค. 2564 | 14:04น.

“ประวิตร” คุมเข้ม เดินหน้าใช้กฎหมายปราบข่าวปลอม โดยเฉพาะประเด็นวัคซีน และโควิด-19 หลังพบข้อความที่เกี่ยวข้องทะลุ 3 ล้านข้อความ หวังตัดวงจรกระบวนการผลิตข่าวปลอมป่วนสังคมและประเทศชาติ

วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) พร้อมทั้งมอบนโยบาย โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ในภาวะวิกฤตที่ประเทศไทยและทั่วโลก ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการเผยแพร่ข่าวปลอมที่รุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ จึงเน้นย้ำให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ต้องร่วมกันดําเนินการอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบข่าวสาร

ซึ่งหากพบข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน ที่เข้าข่ายเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ให้ดําเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างเคร่งครัด ทั้งการแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม พร้อมชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ตลอดจนสร้างการรับรู้ ให้รู้เท่าทัน

“ผมขอเน้นย้ำให้มีดําเนินการอย่างเร่งด่วน หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสนแก่ประชาชน ให้ดําเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นวัคซีน และเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยให้กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นหลักในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทัน เลือกรับข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล เพื่อช่วยลดปัญหาข่าวปลอม หรือทําอย่างไรให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อ ร่วมมือกันตัดวงจรกระบวนการผลิตข่าวปลอม ที่สร้างความสับสน ตื่นตระหนกแก่คนในสังคม”

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-11 พ.ค. 64 พบว่าจำนวนข้อความที่เกี่ยวข้อง 3,857,190 ข้อความ หลังจากคัดกรองพบข่าวที่เข้าหลักเกณฑ์ 788 ข้อความ และมีข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 343 เรื่อง อยู่ใน 2 หมวดหมู่ข่าว คือ หมวดหมู่สุขภาพ 233 เรื่อง คิดเป็น 68% และหมวดหมู่นโยบายรัฐ 110 เรื่อง คิดเป็น 32%

พลเอกประวิตร ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุน และผลักดันการขับเคลื่อนภารกิจของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้มีการทํางานได้อย่างต่อเนื่อง และมีงบประมาณเพียงพอ ในการพัฒนาเครื่องมือให้พร้อม และทันสมัยต่อสภาวการณ์ด้วย ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องใช้วิธีการทํางานเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามต่อไป