หุ้นไทยพักตัวเล็กน้อย 1,550-1,570 จุด หลังราคาน้ำมันโลกดิ่ง-เฟดจ่อปรับแผน QE
ตลาดหุ้นไทยพักตัวเล็กน้อยในกรอบ 1,550-1,570 จุด ถูกแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกดิ่ง ธนาคารกลางสหรัฐอาจเริ่มปรับนโยบายเข้าซื้อพันธบัตร (QE) หากเศรษฐฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวแกร่ง กลยุทธ์ “ขึ้นขายลงซื้อ” เล่นเป็นรอบสั้น ๆ ด้วยความเสี่ยงไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า มีแนวโน้มพักตัวต่อเล็กน้อยในกรอบระหว่าง 1,550-1,570 จุด หลังไร้ปัจจัยบวกระยะสั้นในการผลักดันการพื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมองแรงกดดันหลักจากตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวลงตอบรับรายงานการประชุม FOMC ครั้งล่าสุด ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจเริ่มพิจารณาแผนการเข้าซื้อพันธบัตรฯ หากสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งต่อไป
นอกจากนี้แล้ว SET Index ยังจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลงกว่า 3% ประกอบกับ Fund Flow ต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ
กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นทางฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีอาจพักตัวลงไปทดสอบแนวรับใหญ่บริเวณ 1,530-1,540 จุด แต่น่าจะยืนได้เนื่องจากได้ความคืบหน้าของ พ.ร.ก.กู้เงิน 7 แสนล้านบาท เข้ามาจำกัด Downside Risk จึงยังคงกลยุทธ์เดิมให้ขึ้นขาย ลงซื้อในกรอบ เล่นเป็นรอบสั้น ๆ ด้วยความเสี่ยงไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
วานนี้ Fed เผยรายงานการประชุม FOMC ครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 27-28 เม.ย. 64 เป็นไปตามที่ตลาดรับรู้อยู่แล้วว่ายังคงวงเงิน 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในการซื้อพันธบัตรผ่านมาตรการ QE และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำตามเดิม แต่ที่ประชุมเริ่มตระหนักถึง “ภาวะเงินเฟ้อ” ที่เร่งตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง แม้ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ Fed วางไว้ แต่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเกินไป Fed อาจเริ่มพิจารณานโยบายใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะแผนการเข้าซื้อพันธบัตรฯ
ดังนั้นจึงน่าจับตารายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญต่าง ๆ ของสหรัฐในช่วงก่อนถึงการประชุม FOMC ครั้งถัดไป (15-16 มิ.ย. 64) อย่างใกล้ชิด
ด้านราคาน้ำมันดิ่ง เมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวลงอีกครั้ง หลังมีความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การที่สหรัฐจะเลิกมาตรการคว่ำบาตร ทำให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง ประกอบกับอุปสงค์น้ำมันในเอเชียหลายประเทศอาจลดลงหลังเผชิญการแพร่ระบาดหนัก COVID-19 ระลอกใหม่ โดยเฉพาะอินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และไทย
และตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อน สวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดจะปรับลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล
ส่วนทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลผันผวนหนัก วานนี้ตลาดสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ปรับตัวลงตามกันราว 20-30% หลังธนาคารกลางจีนออกมาประกาศห้ามสถาบันการเงินทำธุรกรรมกับสกุลเงินดิจิทัลและให้เพิ่มการตรวจสอบกระแสเงินสดที่เกี่ยวข้อง ส่งผลทางอ้อมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐหลายตัวที่เข้าไปซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนหน้านี้