เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
Columns ค่าครองชีพให้แล้วเอาคืนได้ไหม
รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
Politics รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
Politics นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
ดูทั้งหมด

ไปต่อแต่ต้องรอเวลา-

08 พ.ย. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ เติมความคิดพิชิตการลงทุน

โดย พรเทพ ชูพันธุ์ บล.ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)

 

หลายคนพูดถึง SET index ว่ากำลังจะทำจุดสูงสุดตลอดกาลได้ในปีหน้า (เดิมเคยสูงถึง 1,789 จุดตอนต้นปี 1994) ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องสูงสุดตลอดกาลเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่ตั้งขึ้นเพื่อความน่าตื่นเต้นเท่านั้น ในชีวิตประจำวันจุดสูงสุดตลอดกาล เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เช่นราคาของสินค้าและบริการล้วนแต่มีการปรับขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ทั้งสิ้น หรือ GDP (ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ) ก็เติบโตเกือบทุกปี ช้าบ้างเร็วบ้างแล้วแต่สถานการณ์

ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อยังเป็นบวก ราคาสินค้าและบริการยังคงปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และเศรษฐกิจยังเติบโต รายรับของบริษัทต่าง ๆ จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจก็ย่อมปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากราคาและปริมาณ และทำจุดสูงสุดใหม่ในทุกปีอยู่แล้ว ซึ่งถ้าบริษัทไม่ได้อยู่ในภาวะแข่งขันสูงผิดปกติจนถึงกับต้องลดอัตรากำไรหรือยอมให้ profit margin ลดลง เม็ดเงินกำไรของบริษัทต่าง ๆ ก็จะทำจุดสูงสุดใหม่ขึ้นไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนในตลาดก็มีแนวโน้มจะเติบโตได้ไม่แพ้เศรษฐกิจโดยรวม เพราะบริษัทจดทะเบียนมักเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า และถูกกว่าบริษัททั่วไปนอกตลาด เนื่องจากความน่าเชื่อถือสูงกว่า

พูดมาทั้งหมดนี้ เพื่อจะสื่อว่า การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น ที่จริงมีแต้มต่อให้เราทำกำไรได้โดยมี “ระยะเวลาในการลงทุน” เป็นแรงส่งให้ผลประกอบการเติบโตไปได้ตามธรรมชาติ นักลงทุนระยะยาวจึงมี “เวลาที่ผ่านไป” เป็นเครื่องพาไปถึงจุดหมาย คือสร้างกำไรจากการลงทุนได้ไม่ยาก

แล้วทำไมหุ้นที่หลายคนลงทุนอยู่ถึงปรับตัวลง ? คำตอบอาจมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ เราลงทุนในระยะเวลาสั้นเกินไป ความผันผวนของราคาหุ้นอาจทำให้เกิดการขาดทุนชั่วคราว แต่ถ้าลงทุนนานพอจะเปิดโอกาสให้บริษัททำกำไรเติบโตขึ้นตามกาลเวลา ราคาหุ้นก็จะปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน (ถ้าไม่ใช่หุ้นปั่น)

ส่วนที่สอง คือหุ้นที่เราได้มาอาจซื้อมาตอนที่ถูกดันราคาขึ้นมาสูงเกินควรแล้วหรือไม่ ซึ่งดูได้จาก price-to-earnings ratio (PE) เทียบกับอัตราการเติบโต เช่น หากเราซื้อหุ้นมาตอนที่ราคาอยู่ที่ PE ระดับ 50 เท่า ซึ่งต้องดูเทียบกับหุ้นอื่น ๆ ที่อยู่ในวัฏจักรหรือธุรกิจใกล้เคียงกัน (สมมุติว่า) มี PE ราว 25 เท่า แปลว่าราคาหุ้นที่เราได้มา ณ ระดับ PE สูง ๆ นั้นเสมือนเป็นราคาที่รับรู้ผลประกอบการที่เติบโตอีกเท่าตัวไปแล้ว ซึ่งหากบริษัททำผลประกอบการเติบโตได้อีกเท่าตัว ภายใน 1-2 ปีจริง ก็จะทำให้ PE ของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ราว 25 เท่า ใกล้เคียงกับบริษัทอื่น ๆ ได้

ทำนองเดียวกัน ถ้าเราซื้อหุ้นมา ณ ระดับราคาที่ PE 75 เท่า ก็ต้องมีกำไรโตได้อย่างน้อย 3 เท่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เพื่อทำให้ PE เข้าสู่ระดับที่ไม่โอเวอร์เกินไป ดังนั้น หุ้นที่ PE สูง ๆ จึงมาพร้อมกับความเสี่ยงสูง เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดายาก และหากทำกำไรเติบโตไม่ได้ตามความคาดหวัง ราคาหุ้นก็อาจร่วงลงแรง ๆ ได้ เห็นมั้ยครับ หุ้นดี ๆ ราคาก็ร่วงได้ ถ้าซื้อมาแพงเกินไป

สำหรับตลาดหุ้นภาพรวมในตอนนี้ ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ หลายเรื่องมีความเอื้ออำนวยต่อการลงทุนในหุ้นมากขึ้น เช่น การเลือกตั้งก่อนกำหนดในญี่ปุ่น ความล่าช้าของการปฏิรูปภาษีของ ปธน.สหรัฐ การส่งสัญญาณลดการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางยุโรป ตลอดจนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จัดขึ้นทุก 5 ปี ซึ่งผลออกมาดีเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้รับเสียงข้างมากกว่า 2 ใน 3 (super majority) ทำให้สามารถทำนโยบายปฏิรูปประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ส่วนการปฏิรูปภาษีของสหรัฐ ก็มีความคืบหน้ามากขึ้น แม้อาจทำน้อยกว่าที่คาด และอาจไม่ทันปลายปีนี้ ส่วนธนาคารกลางยุโรปแม้จะประกาศลดการอัดฉีดสภาพคล่อง แต่จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ส่วนผู้นำจีนก็ได้รับเสียงสนับสนุนให้มีอำนาจในการบริหารประเทศมากขึ้น และประกาศว่าจะเน้นการเติบโตแบบคุณภาพมากกว่าตัวเลขที่สูงเพียงอย่างเดียว จึงไม่แปลกที่จะเห็นหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งตลาดหุ้นในบ้านเราที่ปรับตัวสูงขึ้นมายืนเหนือ 1,700 จุดได้ด้วย

ดังนั้นใครที่มีหุ้นพื้นฐานดี ที่ยังขาดทุนอยู่ ก็ยังไม่จำเป็นต้องขายในตอนนี้ โดยเฉพาะหุ้นเด่นที่เราเลือกเป็นหุ้นแนะนำไตรมาส 4 ปีนี้ที่ล้วนแต่มีเรื่องราวการเติบโตที่ดีในระยะยาว เพราะเกี่ยวเนื่องกับการเติบโตของประเทศที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เช่นกลุ่มค้าปลีกที่เติบโตตามการบริโภคในประเทศ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้งหุ้นกลุ่มสื่อสารที่จะเป็นโครงสร้างหลักในการสื่อสารข้อมูลของประเทศในระยะต่อไป