เร่งท่องเที่ยวไทยทุกมิติ วางรากฐานก่อนเปลี่ยนผ่าน
ปี 2570 จะเป็นอีกปีที่มีความท้าทายสูงมากสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย
เพราะบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการต่างประเทศ จึงต้องปรับตัวให้ทันต่อความท้าทายและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกันโครงสร้างการทำงานของภาคการท่องเที่ยวก็กำลังจะเปลี่ยนไปอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” ในต้นปี 2570 นี้ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายต่างวิตกและจับจ้องกันว่า การท่องเที่ยวที่เคยเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” จะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร
ยกระดับสู่ High Value
“สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ บอกว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะ “เครื่องยนต์หลัก” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ภูมิภาค และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากเหมือนเดิม
โดยจะมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สมดุล และยั่งยืน และยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า (High Value Destination) โดยตั้งเป้าสร้างรายได้รวมจากทั้งตลาดในและต่างประเทศไว้ไม่ต่ำกว่าปี 2569 หรือมีรายได้จากการท่องเที่ยวไว้ที่ 2.76 ล้านล้านบาท จากการรักษาฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้มากกว่า 33 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทย 203 ล้านคน-ครั้ง
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-18กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมแล้วรวม 17.36ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.05 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติราว 838,730 ล้านบาท

อัด “ไทยเที่ยวไทย พลัส”
“สุรศักดิ์” บอกว่าเพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเดินหน้าได้ต่อเนื่อง กระทรวงเตรียมผลักดันโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” โดยรัฐจะช่วยสนับสนุนค่าที่พัก 50% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ และมอบคูปองดิจิทัล 500 บาท สำหรับใช้เป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือบริการด้านการท่องเที่ยวครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงเตรียมมาตรการสนับสนุนค่าเดินทางทางอากาศสำหรับคนไทย โดยผู้ที่เดินทางไปเมืองหลักจะได้รับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 400 บาทต่อเที่ยว และเมืองรอง 600 บาทต่อเที่ยว ผ่านการจองตรงกับสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมเดินหน้าโครงการ Thailand All Connect สนับสนุนเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มโอกาสการกระจายรายได้สู่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย
มอบ Friendship of Thailand
ด้าน “จีระยุ จารุกิตติวรกานต์” เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในมุมของภาคเอกชน สทท.ได้ทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยได้นำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปแล้วจำนวน 3 โครงการหลัก โดยมีระยะเวลาดำเนินงานในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2569 นี้
ประกอบด้วย โครงการที่ 1 การมอบรางวัลเกียรติยศ “Award Friendship of Thailand” โดยมองว่าในยุคดิจิทัล คอนเทนต์จากผู้ใช้จริง (User Generated Content) มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก การสร้างความสัมพันธ์และมอบรางวัลแก่ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencer) ที่สร้างสรรค์เนื้อหาเชิงบวกให้กับประเทศไทย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมิตรภาพและภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากล
ทั้งนี้เพื่อยกย่องและขอบคุณอินฟลูเอนเซอร์คุณภาพที่เดินทางท่องเที่ยวและนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ (Friendship) ระหว่างประเทศไทยกับสื่อมวลชนสมัยใหม่ทั่วโลก และเพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านช่องทางออนไลน์
โดยคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคุณภาพ มีผู้ติดตามที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และมีเนื้อหาการนำเสนอกระตุ้นความต้องการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างสร้างสรรค์ และจัดพิธีมอบรางวัล “Award Friendship of Thailand” เพื่อเป็นการแสดงการต้อนรับและขอบคุณ
ยกระดับ “ความเชื่อมั่น”
โครงการที่ 2 กิจกรรมรณรงค์ “ความปลอดภัยคือหัวใจของการท่องเที่ยว” (THAI POLICY SAFETY EVERYWHERE) เนื่องจากความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวพิจารณา การแสดงความพร้อมของภาครัฐและเอกชนในการดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ “เจ้าบ้านที่ดี”
และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แสดงศักยภาพเทคโนโลยีการดูแลความปลอดภัยของตำรวจท่องเที่ยว (Command Center, Mobile Unit, Drone) และเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และนักท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ (Street March) นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พร้อมด้วยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ สมาคมต่าง ๆ และนักท่องเที่ยว จากสยามพารากอนมุ่งหน้าสู่แยกเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งระหว่างเดินรัฐมนตรีจะสแกน QR Code เพื่อ Video Call ผ่านระบบ Command Center เชื่อมต่อกับรถ Mobile ของตำรวจท่องเที่ยว ทำการ Live Streaming สดขึ้นจอยักษ์ของสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิลด์ตลอดเส้นทาง
และ ณ จุดสิ้นสุด (ลานเซ็นทรัลเวิลด์) รถ Mobile ปล่อยโดรนตำรวจท่องเที่ยวขึ้นจับภาพมุมสูง เพื่อแสดงการดูแลความปลอดภัย และ Live ภาพขึ้นจอยักษ์รอบพื้นที่ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้อินฟลูเอนเซอร์และนักท่องเที่ยวร่วมถ่ายทำคอนเทนต์และ Live สด เพื่อแสดงให้เห็นว่า “ตำรวจท่องเที่ยวไทยเข้าถึงง่าย เป็นมิตร และพร้อมดูแล”
กระตุ้นการเดินทางนอกฤดูกาล
และ โครงการที่ 3 “เที่ยวไทย เมืองน่าเที่ยว สุขใจทั่วไทย” สำหรับเพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงนอกฤดูกาล (Green Season) และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ “เมืองน่าเที่ยว” (เมืองรอง) เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชนอย่างทั่วถึง
โดยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม และร้านค้าชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย และกระจายรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ด้วยการสนับสนุนส่วนลดค่าที่พัก 300-500 บาท ต่อ 1 ห้อง (จำกัด 1 คนต่อ 1 สิทธิตลอดโครงการ) และต้องจองผ่านบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้อง ใช้สิทธิกับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดเป้าหมาย และต้องเป็นการเดินทางนอกภูมิลำเนา
พร้อมชี้ว่าหากรัฐบาลสนับสนุนการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการนี้ มองว่าจะก่อให้เกิดการยกระดับการท่องเที่ยวไทยครบทั้งมิติภาพลักษณ์ มิติความเชื่อมั่น และมิติเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ได้อย่างดี