เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

ผู้ว่า ธปท.บี้แบงก์จับมือยักษ์ธุรกิจแก้จุดบอด “เอสเอ็มอี” เข้าไม่ถึงสินเชื่อฟื้นฟู

31 พ.ค. 2564 | 13:19น.
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประเมินโควิด-19 ระลอก 3 กระทบภาคธุรกิจ-เอสเอ็มอี เอฟเฟ็กต์การฟื้นตัวเศรษฐกิจลากยาวถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เร่งแก้จุดบอดเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงสินเชื่อฟื้นฟู ดึงธุรกิจรายใหญ่ชี้เป้าซัพพลายเชนรายย่อย

วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเปิด “โครงการประสานพลัง เพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ” ว่า การระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่ทดสอบความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายย่อยมาตลอดระยะเวลา 1-1 ปีครึ่งที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ไทยหดตัวมากที่สุดในภูมิภาค เพราะพึ่งพาการท่องเที่ยว และภายหลังจากการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 คาดว่าจะทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2566

ทั้งนี้ การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสะดุดเป็นช่วง ๆ และธุรกิจภาคการค้าและบริการ รวมถึงเอสเอ็มอีได้ถูกซ้ำเติม ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องเร่งได้รับการเยียวยา โดยภายหลังจากระบาดระลอก 3 หน่วยงานภาครัฐได้ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยภาครัฐเน้นมาตรการเยียวยารายได้ เพื่อกระตุ้นรายจ่ายของประชาชน โดยในส่วนของ ธปท.เร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาระหนี้ของประชาชน เพื่อให้ลูกหนี้มีตัวช่วยทางเลือกที่เหมาะสมและทันการณ์

อาทิ การชะลอหนี้ออกไป การปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ลดการชำระเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย การคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีสภาพคล่องช่วยเหลือผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) เยียวยาเป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ดี จากซอฟต์โลนเดิมที่มีข้อจำกัด จึงไม่เพียงพอ ทำให้ภาครัฐยกระดับโดยกระทรวงการคลังได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท

โดยลดข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น การขยายระยะเวลาช่วยเหลือจาก 2 ปี เป็น 5 ปี การขยายวงเงินจาก 20% เป็น 30% ของยอดวงเงินคงค้าง และกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เหมาะสมโดยเฉลี่ยไม่เกิน 5% และไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก นอกจากนี้การดึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกัน และเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันเพิ่มจาก 30% เป็น 40% และออกแบบให้กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็กได้รับการค้ำประกันมากกว่ากลุ่มอื่น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะขยายเงื่อนไขมาตรการให้ครอบคลุม แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการ โดยธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีความเสี่ยงให้สามารถเข้าถึงมาตรการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาสถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้ยาก และขาดคนกลางที่ช่วยชี้เป้าเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ ดังนั้น มองไปข้างหน้า การฟื้นตัวเศรษฐกิจใช้เวลาจึงต้องเร่งแก้ปัญหา โดยความร่วมมือทั้ง 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และธุรกิจเอสเอ็มอี

โดย 1.ภาครัฐ และ ธปท.จะช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจเอสเอ็มอี และเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือ โดยเพิ่มกลไก บสย.เข้ามาช่วยขับเคลื่อน 2.สถาบันการเงินจะช่วยเชื่อมต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ปรับแนวทางช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี และธุรกิจรายย่อย 3.ผู้ประกอบการรายใหญ่ มีบทบาทประสานข้อมูลของรายย่อย เพื่อให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้มากขึ้น และ 4.เอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด และยกระดับการบริหารจัดการบัญชี โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดต้นทุน และเพื่อความมั่นใจให้กับสถาบันการเงิน

“ความร่วมมือวันนี้ จะช่วยลดข้อจำกัดในเรื่องของความเสี่ยงเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการที่มีคู่ค้าจะแข็งแรงขึ้น และสถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อและสามารถขยายฐานลูกค้ามากขึ้น และภาครัฐเองก็สามารถยื่นมือช่วยแก่ผู้ที่ต้องการช่วยได้ ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ขยายผลโครงการนี้ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอี เพราะจะเห็นว่าเอสเอ็มอีกว่า 1.1 ล้านราย มีการจ้างงานกว่า 7.5 ล้านคน ถือเป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจช่วยสร้างโอกาสให้เข้าถึงสินเชื่อดีขึ้น แม้ว่าจะช่วยไม่ได้ทุกคน แต่เป็นประโยชน์ต่อภาพรวม”