เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

คิกออฟวาระแห่งชาติ วัคซีน 5 ยี่ห้อพร้อมฉีดคนไทย 7 มิ.ย.

05 มิ.ย. 2564 | 11:32น.

ท่ามกลางกระแสความสับสนในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 ที่มีมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา นอกจากจะสร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมากแล้ว อีกด้านหนึ่งหลาย ๆ ฝ่ายยังเกรงว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวตามมา

การสร้างความเชื่อมั่น ด้วยวาระการคิกออฟการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ ที่ถูกกำหนดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะกดปุ่มเปิด “วาระแห่งชาติ” ฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ ที่จุดฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ที่บริหารจัดการร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมด้วย

ในวันคิกออฟ วาระแห่งชาติฉีดวัคซีน 7 มิถุนายนนี้ นายกรัฐมนตรีจะสร้างความมั่นใจเรื่องแผนการจัดการวัคซีน โดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งมีการปรับการจัดสรรใหม่ ยึดเป้าหมายจังหวัด พื้นที่ระบาด และพื้นที่ทางเศรษฐกิจ โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าส่งออก ที่เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยจะปรับแผนแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ศบค.ยืนยันว่า มีวัคซีนเตรียมให้บริการประชาชน 3 ยี่ห้อ คือ 1.ซิโนแวค 2.แอสตร้าเซนเนก้า เดิมตามแผน 6 ล้านโดส จะเริ่มฉีดในเดือนมิถุนายน 2564 3.ซิโนฟาร์ม ที่นำเข้าโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมทั้งวัคซีนทางเลือก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นำเข้าโดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด และ วัคซีนโมเดอร์นา นำเข้าโดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ที่ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว

สถานีกลางบางซื่อพร้อม 100%

จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า ขณะนี้ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ มีความพร้อมที่จะรองรับการคิกออฟวาระแห่งชาติครั้งนี้แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมมาก่อนแล้ว

ศูนย์ฉีดวัคซีนดังกล่าวได้จัดการบริการเป็น 4 จุด โดยจุดที่ 1 เป็นที่พักคอย รองรับได้ 1,400 ที่นั่ง จุดที่ 2 เป็นพื้นที่ลงทะเบียนข้อมูลเซ็นใบยินยอม รองรับได้ 179 โต๊ะ จุดที่ 3 จุดฉีดวัคซีน รองรับได้ 100 โต๊ะ จุดที่ 4 จุดพักรอสังเกตอาการ มีประมาณ 800 ที่นั่ง สามารถรองรับการฉีดวัคซีน 900 คน/ชั่วโมง หรือเป้าหมายสูงสุด 1 หมื่นคน/วัน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการให้บริการฉีดวัคซีนที่จุดฉีดสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งใช้พื้นที่ 14,200 ตารางเมตร ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2564 มีสถิติฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการ องค์กรของรัฐ และบุคลากรที่ให้บริการด้านขนส่งสาธารณะ ซึ่งอยู่ในข่ายเสี่ยงสูงจากการพบปะและดูแลประชาชนจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 115,074 ราย เป็นบุคลากรหน่วยงานรัฐ 98,654 ราย หรือประมาณ 85.73% ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ 16,420 ราย หรือ 14.27%

โดยสถิติการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2564 เพียงวันเดียว มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยเกือบ 1,800 คนต่อชั่วโมง สูงกว่าที่ได้ประมาณการไว้เดิมที่ 900 คนต่อชั่วโมง จึงคาดว่าก่อนสิ้นปี 2564 นี้ จะสามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่า 2 ล้านคน

และในวันที่ 7 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป มั่นใจว่ามีความพร้อม 100% ในการเปิดให้ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเข้ารับการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำ คือ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ยังไม่เปิดรับผู้ต้องการฉีดแบบ walk in แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดเตรียมรถปรับอากาศ ขสมก. และรถ shuttle bus อำนวยความสะดวกการเดินทางระหว่างสถานีกลางบางซื่อ และจุดสำคัญ จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 ท่าน้ำบางโพ-สถานีเตาปูน (รถไฟฟ้าสายสีม่วง), เส้นทางที่ 2 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

และเส้นทางที่ 3 หน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว-BTS หมอชิต/MRT จตุจักร-สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) (หมอชิต 2) เป็นวงรอบ

“พร้อมฉีด” วันละ 2 หมื่นคน

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการเตรียมงานต่าง ๆ พร้อมเกือบทั้งหมดแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม-6 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทดลองระบบร่วมกับกระทรวงคมนาคม เพื่อบริการฉีดผู้ประกอบอาชีพขนส่งสาธารณะ

ขณะนี้ขาดแต่ทีมบุคลากรทางการแพทย์ อาทิ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ที่จะมาช่วยฉีดอีกราว 40 คน เพื่อช่วยฉีดวัคซีนใน 80 จุด โดยจะมีการแบ่งทีมฉีดและทีมเตรียมวัคซีน เพื่อความรวดเร็วในการบริการ

โดยตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป จะเริ่มให้บริการแก่ 1.กลุ่มองค์กรที่ประสานมายังสาธารณสุข 5,000 คนต่อวัน 2.ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) 5,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ศักยภาพในการฉีดของศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อสามารถรองรับได้ถึงวันละ 20,000 คน หรือเฉลี่ย 1 เดือน จะฉีดประชาชนได้ราว 3-4 แสนคน และคาดว่าหลังจากระดมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 3 เดือน เฉพาะศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อปลายเดือน ส.ค. จะครอบคลุมประชาชนในเขตกรุงเทพฯและจังหวัดข้างเคียงได้ราว 1.25 ล้านคน

วัคซีนมาน้อย-ความต้องการฉีดมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากความพร้อมของศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้แจ้งการส่งและส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า รอบประเดิม 2.4 แสนโดส ไปยัง 58 จังหวัด จังหวัดละ 3,600 โดสด้วยวัคซีนที่กระจายออกไปมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับความต้องการ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ รวมกับการที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลาย ๆ แห่งประกาศเลื่อนฉีดวัคซีนออกไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนท่ีผ่านมา บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ได้ส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย 1.8 ล้านโดส โดยที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าวัคซีนจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ไม่เคยคิดจะเลื่อนการฉีดวัคซีน จากนี้จะกระจายวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าไปทุกจังหวัดตามแผนที่วางไว้

ส่วนเป้าหมายการฉีดปูพรมเข็มที่ 1 ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร หรือ 50 ล้านคน ภายในเดือนกันยายนจะเป็นไปได้หรือไม่ ต้องลุ้นกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด