DITP เผยผลเจรจาขายดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่ 3 ตลาด ฉลุย 430 ล้าน
DITP หนุนเจรจาธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ อุตสาหกรรมแอนิเมชั่นแคแร็กเตอร์ สู่ตลาด ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ผ่านระบบออนไลน์ One-On-One Virtual Meeting ฉลุย 216 นัดหมาย สร้างมูลค่าการค้า 430.1 ล้านบาท
วันที่ 22 มิถุนายน 2564 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า จากนโยบายสร้างไทยเป็นฮับของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) วางแผนผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ได้จัดการเจรจาการค้างาน Asian Digital Content Virtual Business Matching ขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายน 2564 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ One-On-One Virtual Meeting โดยผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน 31 ราย เข้าร่วมเจรจาธุรกิจออนไลน์กับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย 20 ราย รวม 216 นัดหมาย สามารถสร้างมูลค่าเจรจาการค้าได้ตามเป้าหมาย 430.1 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นมูลค่าการเจรจาการค้าด้านแคแร็กเตอร์ 86.6 ล้านบาท ซึ่งประเภทของการบริการที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ Character Licensing and Merchandising ในขณะที่มูลค่าการเจรจาการค้าด้านแอนิเมชั่น 343.5 ล้านบาท โดยประเภทของการบริการที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ VFX and Computer Graphic Service
ตัวอย่างผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศที่ให้ความสนใจผลงานของบริษัทไทย อาทิ บริษัท King Records บริษัทด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ครบวงจรจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของวง AKB48 และ การ์ตูนแอนิเมะ Evangelion บริษัท PlatinumGames จากญี่ปุ่นผู้ผลิตและเผยแพร่เกมแอ็กชั่น (Console/PC) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น เกม BAYONETTA, NieR : Automata และ บริษัท Next Animation Studio ซึ่งเป็นบริษัทแอนิเมชั่นในไต้หวันที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัท Apple Digital News ซึ่งเป็นช่องข่าวโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงในประเทศฮ่องกง เป็นต้น
นายกฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) กล่าวว่า งาน Asian Digital Content Virtual Business Matching เป็นกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยในช่วงวิกฤต Covid-19 ที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเดินทางไปพบปะลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งการเจรจาธุรกิจในงานนี้ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในธุรกิจแคแร็กเตอร์ได้พบปะลูกค้าต่างชาติใหม่ๆ จำนวนมากที่ให้ความสนใจแคแร็กเตอร์ไทย ส่งผลให้เกิดโอกาสในการต่อยอดทางด้านลิขสิทธิ์ในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
นายนพ ธรรมวานิช นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการเจรจาธุรกิจในโครงการนี้ได้สร้างความแตกต่างจากกิจกรรมเจรจาการค้าในงานอื่น ๆ คือก่อให้เกิดการสร้างโอกาสในการต่อยอดทางด้าน Original IP ในหลายรูปแบบ ทั้งการซื้อขายลิขสิทธิ์ การร่วมทุน (Co-Production) ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญในอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นไทย นอกจากนี้บริษัทต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจที่จะจ้างงานในรูปแบบ Outsource มากขึ้นอีกด้วย