เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ประกาศแล้ว! ลดจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 40 ออกไป 6 เดือน

25 มิ.ย. 2564 | 11:19น.
ราชกิจจานุเบกษา-ประกาศราชกิจจาฯ

ราชกิจจานุเบกษา-ประกาศราชกิจจาฯ

ราชกิจจาฯเผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา ลดอัตราจ่ายเงินสมทบผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันนี้( 25 มิ.ย.) เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2564

สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ โดยที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางอันส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตน สมควรลดอัตราการจ่ายเงินสมทบของบุคคล ซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เป็นระยะเวลาหกเดือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หรือ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ประกันตนในมาตรา 40 คือ บุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนตามมาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 โดยผู้ที่จะสมัครประกันสังคมในมาตรา 40 ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี

ประกาศฉบับดังกล่าว ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 40 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า“พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา6 มาตรา 7 และมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกา กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 6 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ และประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565 เดือนละสี่สิบสองบาท

(2) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป เดือนละเจ็ดสิบบาท

มาตรา 7 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ ประโยชน์ทดแทนในกรณีตายและประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565 เดือนละหกสิบบาท

(2) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป เดือนละหนึ่งร้อยบาท

มาตรา 8 ให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ ประโยชน์ทดแทนในกรณีตายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ และประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565 เดือนละ หนึ่งร้อยแปดสิบบาท

(2) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป เดือนละสามร้อยบาท

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

คลิกดูรายละเอียดในประกาศฉบับเต็มที่นี่!!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราชกิจจานุเบกษา