ธปท. เร่งศึกษาปรับลดเพดานดอกเบี้ย-FIDF ย้ำต้องตอบโจทย์ระยะยาว
ธปท.เร่งศึกษาข้อดี-ข้อเสียแนวทางปรับลดเพดานดอกเบี้ยรายย่อย ชี้ต้องตอบโจทย์แก้ปัญหาระยะยาว ย้ำส่งผ่านประโยชน์ถึงมือลูกหนี้และประชาชน ห่วงลดแล้วกระทบคนออกนอกระบบ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการลดภาระหนี้ของประชาชนภายใน 6 เดือนนั้น ธปท.อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาข้อดีและข้อเสียของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพราะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เพราะการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของภาระหนี้ของประชาชน และจะทำให้ลูกหนี้บางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงระบบสถาบันการเงิน จะต้องออกนอกระบบไป
นอกจากนี้ การตอบโจทย์เรื่องภาระหนี้ อาจจะต้องมีมาตรการอื่นด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาภาระหนี้ในระยะยาว ซึ่งเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการรวมหนี้ ก็เป็นมาตรการที่ช่วยเหลือภาระลูกหนี้ได้ ดังนั้น การลดเพดานอัตราดอกเบี้ย จึงอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในการลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้ได้ครอบคลุมมากเท่าที่ควร
“เรากำลังพิจารณาข้อดีข้อเสียอยู่ในหลาย ๆ ปัจจัย และต้องดูมาตรการหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่ง ธปท.จะเร่งรัดให้เร็วที่สุดเพื่อหาข้อสรุป เช่นเดียวกับการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือ FIFD Fee ในช่วงระยะเวลาการลด 2 ปี สามารถส่งผ่านถึงลูกค้าได้ เพราะถ้าลดแล้วต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าลดแล้วตกทอดถึงลูกค้าและประชาชน”
