เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
ดูทั้งหมด

เพิ่มสิทธิผลประโยชน์ “กรมธรรม์ให้ฟรี” มีจริงหรือ?

19 ก.ค. 2564 | 09:48น.
ประกันภัย-ประกันชีวิต-วินาศภัย
คุยฟุ้งเรื่องการเงิน
แอคชัวเรียล บิสซิเนส โซลูชั่น (ABS) 
พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน (อาจารย์ทอมมี่)

ขบวนการที่พยายามดึงให้ลูกค้าย้ายค่ายของธุรกิจประกันชีวิตนั้นยังคงมีอยู่เรื่อยมา การให้ลูกค้าย้ายค่ายนั้นก็มีได้อยู่หลายรูปแบบ และวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย

เช่น ในยุคแรกเป็นการดึงลูกค้ากันตรง ๆ ผ่านการชักชวนให้ลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์เอามูลค่าเวนคืนเงินสดออกมาเพื่อมาซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่กับบริษัทของตัวเอง โดยอาจจะเอาตารางตัวเลขต่าง ๆ มากางให้ผู้ถือกรมธรรม์ดูและอ้างว่าเป็นการวิเคราะห์มาอย่างดีแล้ว

ส่วนใหญ่ที่มีการวิเคราะห์กันก็คือ การบอกให้ยกเลิกกรมธรรม์ในปีที่ 7 แต่เหตุผลในเชิงของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้นก็คือ ถ้ายกเลิกภายใน 7 ปีแรก มันจะมีฝังค่าธรรมเนียมในการยกเลิกเอาไว้ (surrender charge)

คล้าย ๆ กับพวกกองทุนรวมบางแบบที่มีค่าธรรมเนียมการถอน (เช่น กองทุนวายุภักษ์) หรือถ้าให้อธิบายอีกแบบหนึ่งก็คือ จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงสูตรการคำนวณที่บอกว่า การยกเลิกกรมธรรม์ในช่วง 7 ปีแรกนั้น ทำให้กรมธรรม์ส่วนใหญ่จะมีการจ่ายมูลค่าเวนคืนเงินสดที่ต่ำกว่าเงินสำรองกรมธรรม์จริง ๆ นั่นเอง

ส่วนในปีที่ 7 เป็นต้นไปนั้น มูลค่าเวนคืนเงินสดจะมีค่าเท่ากับเงินสำรองกรมธรรม์ทางคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งก็หมายความว่ามันก็แฟร์ตามสูตรการคำนวณอยู่ทุกปีครับ

หลายคนมองว่าจ่ายเบี้ยครบ 7 ปีแล้วหยุดจ่ายจะคุ้มที่สุด โดยบ่อยครั้งมักจะมีคนคำนวณออกมาว่า การถือ 7 ปีจะดูเหมือนว่ามี IRR ที่คุ้มสุด ซึ่งเหตุผลหลักที่บางกรมธรรม์นั้นดูเหมือนจะมีผลตอบแทนเมื่อถือครบ 7 ปีที่มากกว่าหรือเท่ากับผลตอบแทนเมื่อถือยาวกว่า

นั้นก็คือกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นมีต้นทุนในความคุ้มครองประกันชีวิตอยู่ ยิ่งอายุเยอะขึ้นก็จะมีการหักค่าธรรมเนียมความคุ้มครองประกันชีวิตในแต่ละปีออกไปด้วย ยิ่งอายุมากก็จะโดนหักมาก (เพราะอัตรามรณะยิ่งสูงขึ้น)

เพราะฉะนั้น พอเราจ่ายเบี้ยไปสักพักจนอายุเยอะขึ้นมาแล้ว มูลค่าเวนคืนเงินสดมันก็จะมีชะลอตัวไปบ้าง เพื่อจ่ายค่าความคุ้มครองชีวิตที่เรามีโอกาสในการตายสูงขึ้น

ผลประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิตนั่นเองคือผลประโยชน์แฝงที่ไม่ว่าไปซื้อกรมธรรม์ใหม่ก็จะโดนค่าธรรมเนียมที่ฝังในสูตรการคำนวณนี้อยู่ดี (ซึ่งปัจจุบันใครที่รู้จักยูนิตลิงค์ (ประกันพ่วงการลงทุน) กันอยู่แล้ว

ก็จะนึกภาพตามได้ง่าย เพราะยูนิตลิงก์ก็จะมีการหักค่าธรรมเนียมจากความคุ้มครองชีวิตในแต่ละเดือนออกไป) เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มรู้ตัวแล้วว่า การยกเลิกกรมธรรม์นั้นไม่มีผลดีกับตัวเองแต่อย่างไร จะมีเพียงบางกลุ่มที่ยอมไปยกเลิกในปีที่ 7 แล้วเอาเงินมาซื้อกรมธรรม์ใหม่

ซึ่งในมุมของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแล้วก็คงต้องบอกว่า “ก็ไม่คุ้มอยู่ดี” เพราะกรมธรรม์ใหม่นั้นได้ถูกคิดคำนวณต้นทุนที่แพงกว่า (เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า) ซึ่งคิดตามแค่นี้ก็จะทราบว่ามันคงไม่คุ้มอยู่แล้ว

แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เริ่มมีการเปลี่ยนรูปแบบให้ภายนอกดูเหมือนน่าเชื่อถือและซับซ้อนขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเข้าใจแล้วว่าการยกเลิกกรมธรรม์นั้นจะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ

ดังนั้น ขบวนการชักชวนให้ย้ายค่ายจึงเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นบริษัทที่ปรึกษา โดยส่วนใหญ่แล้วคำขึ้นต้นนั้นจะเป็นประโยคชักชวนว่าต้องการจะ “มอบสิทธิผลประโยชน์เพิ่มเติมให้ฟรี” และเป็นตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตกว่า 23 บริษัทที่ได้รับการรับรองจาก คปภ.

ในส่วนตรงนี้ก็จะมีการเล่นคำอยู่เล็กน้อย เพราะบางรายที่โทร.มาเจอนักคณิตศาสตร์ประกันภัยเอง ก็อาจจะมีวิธีถามว่า บริษัทที่ปรึกษาได้รับรองจาก คปภ.อย่างไรบ้าง ซึ่งพอขยี้ถามลึกเข้าไปก็อาจจะพบว่า ที่ คปภ.รับรองนั้นก็คือ

รับรองบริษัทประกันชีวิต 23 บริษัท หรือไม่ก็จะได้คำตอบที่ว่า คปภ.รับรองมูลค่าเวนคืนเงินสดและผลประโยชน์ในกรมธรรม์ แต่ไม่มีใจความตรงไหนที่บอกว่ารับรองบริษัทที่ปรึกษานั้น

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ถามตรงไปหน่อยว่า แล้วสิ่งที่เขาทำอยู่นี้ได้รับการรับรองจาก คปภ.หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือโดนตัดสายไปเช่นกันครับ แต่ก็มีอีกสายหนึ่งที่ดูอลังการขึ้นมาหน่อยก็คือ บอกว่าการวิเคราะห์นี้ผ่านนักคณิตศาสตร์ประกันภัยมาแล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่ครับ

เคยเจอคำตอบหนึ่งที่โดนใจ (แบบเจ็บลึก ๆ) คือบอกว่าทางบริษัทที่ปรึกษาได้เกิดจากโครงการริเริ่มของ คปภ.เพื่อให้สิทธิประโยชน์สูงสุดกับลูกค้ากรมธรรม์ที่มีอยู่ (ฟังแบบนี้ เป็นใครก็ต้องเชื่อ)

เมื่อถามว่าสิทธิผลประโยชน์เพิ่มเติมพิเศษที่จะได้ฟรีนั้นมีอะไรบ้าง ก็จะได้คำตอบว่าเป็นการครอบคลุมเรื่องการเพิ่มทุนประกันภัยให้ฟรีได้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม

ซึ่งพอมีการถามเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ดูแล้วมันก็คือการใช้ reduce paid up (RPU) ซึ่งภาษาไทยนั้นจะแปลว่า “การประกันชีวิตใช้เงินสำเร็จลดเงินเอาประกันภัย”

แต่จริง ๆ แล้วในเชิงเทคนิคทางคณิตศาสตร์ประกันภัยแล้ว ถ้าการที่กรมธรรม์ทำ RPU ไปแล้วไม่ขอรับเงินสดคืน (coupon) ระหว่างทางก็จะมีโอกาสที่ทุนประกันชีวิตสูงขึ้นได้ (เอาเงินผลตอบแทนในอนาคตมาทำให้ทุนเพิ่ม)

อีกกรณีหนึ่งก็คือ การใช้วิธีการหยุดจ่ายเบี้ยและเลือกให้กลายเป็นกรมธรรม์แบบขยายระยะเวลา ซึ่งมันก็จะเปลี่ยนเงินสดคืน (coupon) ในอนาคตมาให้เป็นมูลค่าเวนคืนเงินสดในตอนนี้เช่นกัน

เพียงแต่กรมธรรม์จะยังคุ้มครองทุนประกันชีวิตอยู่เท่านั้น ทำให้เสียโอกาสผลตอบแทนในอนาคตไป เรียกได้ว่ามันเป็นการหยุดจ่ายเบี้ยประกันภัยแต่ยังรักษาสิทธิของทุนประกันชีวิตอยู่เท่านั้น

การที่แนะนำวิธีการเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อชักชวนให้ผู้ถือกรมธรรม์เดิมหยุดจ่ายเบี้ยกรมธรรม์เดิม และเอาเงินส่วนนั้นมาจ่ายเบี้ยให้กับกรมธรรม์ใหม่นั่นเอง แต่ถ้าลูกค้าเผลอเมื่อไร ก็คงมีการแนะนำให้ยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อเอามูลค่าเวนคืนเงินสด (เป็นเงินก้อน) มาซื้อกรมธรรม์ใหม่ ๆ ที่อ้างว่ามีประโยชน์ดีกว่ากรมธรรม์เดิมให้อยู่ดี

แน่นอนว่าก็คงจะมีบางสายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์ผลประโยชน์ให้จริง แต่คำถามที่มีการถามกลับไปเป็นประจำก็คือ ถ้าทำไปแล้วทางบริษัทที่ปรึกษานั้นจะได้อะไร ซึ่งก็แล้วแต่คำตอบครับ

วิธีการอธิบายของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เราก็สามารถบอกได้ว่ามีความน่าเชื่อถือและดูเหมือนอย่างน้อยก็จบวุฒิปริญญาตรีทางด้านการเงินมา ทำให้เวลาฟังแล้วดูเหมือนมีเหตุผล

แต่ที่จริงแล้วต้องใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการคิดตาม หรือไม่ก็ต้องปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตที่ดูแลเราอยู่ว่ามันจริงด้วยหรือ เพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตนับวันก็ยิ่งมีต้นทุนที่สูงขึ้น มันคงเป็นไปได้ยากที่กรมธรรม์ที่ออกมาใหม่ ๆจะสู้กับกรมธรรม์รุ่นเก่า ๆ ได้

กรมธรรม์ประกันชีวิตเก่า ๆ ที่มีอยู่จึงถือว่าเป็นของลายครามที่ควรสะสมเก็บเอาไว้ ไม่ควรเอาของเก่าไปแลกของใหม่ เว้นเสียแต่ว่าจะมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ต้องการมีกรมธรรม์ประกันชีวิตอีกต่อไป

กรมธรรม์ประกันชีวิตนะครับ ไม่ใช่ไอโฟนที่ต้องเปลี่ยนกันบ่อย ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมธรรม์ ประกันชีวิต