คปภ. ดึง 67 บริษัทประกัน ซ้อมรับภัยไซเบอร์ยุค AI ยกระดับแผนรับมือวิกฤต
คปภ. ยกระดับภูมิคุ้มกันไซเบอร์ธุรกิจประกันภัย หลัง AI ทำรูปแบบโจมตีซับซ้อนและรวดเร็วขึ้น จัด Insurance Sector Cyber Exercise 2569 ดึงบริษัทประกันชีวิต-วินาศภัยรวม 67 แห่ง ทดสอบแผนรับเหตุจริง หวังเพิ่มขีดความสามารถป้องกัน ตอบสนอง และฟื้นตัวจากเหตุไซเบอร์
ดร.ชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี (คปภ.) กล่าวว่า คปภ.เดินหน้ายกระดับความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลังเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังทำให้รูปแบบภัยคุกคามมีความซับซ้อน รวดเร็ว และคาดการณ์ได้ยาก ทั้งการโจมตีระบบดิจิทัล การใช้ AI ค้นหาช่องโหว่ และการโจมตีผ่านผู้ให้บริการภายนอก
จึงจัด “โครงการทดสอบความพร้อมในการรับมือและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับธุรกิจประกันภัย” หรือ Insurance Sector Cyber Exercise ประจำปี 2569 เพื่อทดสอบความพร้อมและแผนบริหารจัดการสถานการณ์เมื่อเกิดเหตุจริง โดยจัดการทดสอบ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 22 และ 30 ก.ย. 2569
สำหรับความเสี่ยงด้านไซเบอร์ยังเป็นหนึ่งในความเสี่ยงลำดับต้นของทุกภาคส่วน รวมถึงธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะเมื่อ AI มีบทบาทเพิ่มขึ้น ซึ่งด้านหนึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่อีกด้านอาจเพิ่มความซับซ้อนของภัยคุกคามทางไซเบอร์
ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้มากขึ้น ทั้งด้านการให้บริการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กร ทำให้ คปภ. ให้ความสำคัญกับการสร้าง Cyber Resilience หรือความสามารถในการป้องกัน รับมือ ตอบสนอง และฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการซ้อมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 โดย คปภ. ร่วมกับบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด ออกแบบสถานการณ์จำลองให้มีความครอบคลุมและสมจริงมากขึ้น ลงลึกในระดับเทคนิค พร้อมกำหนดขั้นตอนการตอบสนองให้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง เพื่อให้บริษัทประกันสามารถทดสอบและทบทวนแผนรับมือภัยไซเบอร์ขององค์กร
ทั้งนี้ การทดสอบครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ก.ย. มีบริษัทเข้าร่วม 34 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทประกันชีวิต 14 แห่ง และบริษัทประกันวินาศภัย 20 แห่ง ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีบริษัทเข้าร่วม 33 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทประกันชีวิต 8 แห่ง และบริษัทประกันวินาศภัย 25 แห่ง รวมสองครั้งมีบริษัทเข้าร่วมทั้งสิ้น 67 แห่ง
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสายงานที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน คปภ. เข้าร่วม เพื่อทดสอบการประสานงาน การบริหารสถานการณ์ และการสื่อสารในภาวะวิกฤต โดยมุ่งเตรียมความพร้อมทั้งภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแลต่อความเสี่ยงไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ดร.ชญานิน ระบุว่า ผลจากการทดสอบจะช่วยให้บริษัทประกันนำไปพัฒนาคู่มือ แนวทางปฏิบัติ และมาตรการรับมือภัยไซเบอร์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยการมีแผนรับมือที่ชัดเจน การซ้อมอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับกับภาคธุรกิจ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ผู้เอาประกันภัย และเสถียรภาพของระบบประกันภัยไทย