ผลสำรวจชี้ ปชช.สมาร์ทเซฟตี้โซน เชื่อมั่นตำรวจป้องกันอาชญากรรม 73.02%
เปิดผลสำรวจโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ประชาชนในโครงการเชื่อมั่นตำรวจป้องกันอาชญากรรม 73.02%
วันที่ 14 สิงหาคม 2564 รายงานจากโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ระบุว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) สร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจ
ในพื้นที่สถานีตำรวจนำร่องทั่วประเทศจำนวน 15 สถานี ประกอบด้วย สน.ลุมพินี , สน.ห้วยขวาง , สน.ภาษีเจริญ , สภ.ปากเกร็ด , สภ.เมืองสมุทรปราการ , สภ.เมืองพัทยา, สภ.เมืองระยอง , สภ.เมืองปราจีนบุรี , สภ.ปากช่อง , สภ.เมืองอุดรธานี , สภ.เมืองเชียงใหม่ , สภ.เมืองพิษณุโลก , สภ.เมืองราชบุรี , สภ.เมืองภูเก็ต และสภ.หาดใหญ่
สำหรับผลสำรวจเดือนกรกฎาคม 2564 ซึ่งดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 15 – 30 กรกฎาคม 2564 กรณีศึกษาประชาชนในพื้นที่นำร่องโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ใน 15 สถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 2,462 ตัวอย่าง จำแนกเป็นเพศหญิง ร้อยละ 40.37 เพศชาย ร้อยละ 58.53 ช่วงอายุที่ตอบแบบสอบถามมากที่สุด คือ ช่วงอายุระหว่าง 20 – 49 ปี หรือร้อยละ 78.19
ผลสำรวจในภาพรวมพบว่า ประชาชนในพื้นที่โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 มีความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่ในระดับที่สูงขึ้นหรือร้อยละ 73.02 ในขณะที่ความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมมีเพียงร้อยละ 46.86 เท่านั้น ส่วนประเภทอาชญากรรมที่ประชาชนหวาดกลัวมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลักทรัพย์ แก็งคอลเซ็นเตอร์ ชิงทรัพย์ การพนันออนไลน์ และทำร้ายร่างกาย ตามลำดับ
เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านการป้องกันอาชญากรรม และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย หรือสมาร์ทเซฟตี้โซน คณะทำงานนำโดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำนโยบาย ผบ.ตร. พร้อมทั้งความคิดเห็นของประชาชนจากการทำพีเพิลโพล มาพัฒนาแนวทางการดำเนินโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ในพื้นที่ 15 สถานีนำร่อง
โดยคัดเลือกพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์ค แหล่งเศรษฐกิจ และพื้นที่ที่ประชาชนมีความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อุ่นใจ ปลอดภัย ในชุมชน ให้เป็นรูปธรรม โดยได้ดำเนินการดังนี้
- สำรวจกล้องCCTV ในพื้นที่ ปรับมุมกล้อง และบูรณาการการใช้งานกล้องร่วมกันพร้อมติดตั้งเพิ่มเติม
- นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรม เช่น มีการติดตั้งกล้องAI ตรวจจับใบหน้า และกล้อง AI ตรวจจับป้ายทะเบียนรถยนต์ เป็นต้น
- ติดตั้งเสาสัญญาณSOS เพื่อประชาชนสามารถแจ้งเหตุด่วนได้ทันที
- จัดทำห้องปฏิบัติการCCOC โดยเชื่อมสัญญาณจากกล้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานราชการ และเอกชนมายังห้องปฏิบัติการและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เพื่อคอยควบคุมสั่งการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ใช้แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วในการสื่อสาร เช่นPOLICE 4.0 , POLICE I LERT U , Line OA รวมถึงการสร้าง Cyber Village เป็นต้น
- ร่วมกับหน่วยงานในท้องที่ปรับภูมิทัศน์ของพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น ตัดแต่งต้นไม้กิ่งไม้ในพื้นที่รกร้าง ขีดสี ตีเส้น ทำความสะอาดพื้นที่ ติดไฟส่องสว่าง เป็นต้น
- แสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนและสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการช่วยป้องกันอาชญากรรม
โดยโครงการ สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ทั้ง 15 สถานีตำรวจ ได้ดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสนับสนุนของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ช่วยกันสร้างมิติใหม่แห่งความปลอดภัย จากพื้นที่สายเปลี่ยวให้เกิดเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อุ่นใจ ปลอดภัย ในชุมชน
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้แสดงถึงความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชนโดยเฉพาะในสภาวะที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับโควิด-19 ประชาชนมีความหวาดกลัวทั้งโรคระบาด และภัยอาชญากรรมจึงอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าพวกเราได้พัฒนาแนวทางการดำเนินงานโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ในขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลชุมชน เสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการ ช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของชุมชน การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนที่ดีขึ้นอีกด้วย