เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ขยะข้ามแดน’ ถล่มบางแสน ‘จี้แก้ต้นน้ำ’ ลดภาระปลายทาง
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
Automotive ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
News กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
Finance จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
Finance LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
สำรวจรถไฟฟ้าสายใหม่ สายไหนไปต่อ-ชะลอยาว
Economic สำรวจรถไฟฟ้าสายใหม่ สายไหนไปต่อ-ชะลอยาว
The Art Auction Center ชวนดู ‘CRAFTED’ รวมผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ
Biz Movement The Art Auction Center ชวนดู ‘CRAFTED’ รวมผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ
STMS ในเครือพูลผล ผนึก “สัมมากร” รับบริหาร 20 โครงการที่พักอาศัย
Real Estate STMS ในเครือพูลผล ผนึก “สัมมากร” รับบริหาร 20 โครงการที่พักอาศัย
สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

STGT เดินเครื่องโรงงานพีเอส อ.สะเดา จ.สงขลา ตอบสนองดีมานด์ทั่วโลก

06 ก.ย. 2564 | 11:37น.
ศรีตรัง โกลฟส์-ถุงมือยาง

ศรีตรังโกลฟส์ ลงทุนขยายกำลังการผลิตในครึ่งปีหลังต่อเนื่อง เดินเครื่องจักรโรงงานแห่งใหม่ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รองรับการผลิตถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์ ตอบสนองดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่ง ไตรมาสสุดท้ายเตรียมเปิดโรงงานอีกแห่งในจังหวัดตรังตามแผน ดันปริมาณการผลิตทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 36,000 ล้านชิ้น

วันที่ 6 กันยายน 2564 นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า จากภาพรวม ความต้องการใช้ถุงมือยางทั่วโลกที่มีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยเพื่อป้องกันโรค COVID-19 ตลอดจนการใช้ถุงมือยางเพื่อฉีดวัคซีนแก่ประชาชนในประเทศต่างๆ

 

ดังนั้นแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจึงเดินหน้าขยายการลงทุนโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าตามแผนงานที่วางไว้ รองรับดีมานด์ถุงมือยางทั้งในและต่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง

ล่าสุด ในเดือนกันยายนนี้ บริษัทได้เดินเครื่องจักรโรงงานแห่งใหม่ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นที่เรียบร้อย โดยโรงงานดังกล่าวติดตั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ด้วยความเร็วสูง สามารถผลิตสินค้าได้อย่างหลากหลาย ทั้งถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์ และนับเป็นหนึ่งในโรงงานที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท ในขณะนี้ โดยโรงงานดังกล่าวนับเป็นโรงงานแห่งที่ 3 ของ STGT ที่เริ่มเดินเครื่องจักรในปีนี้ ต่อจากโรงงาน

สุราษฎร์ธานี 2 และโรงงานสุราษฎร์ธานี 3 ที่เปิดดำเนินการไปแล้ว ส่วนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทวางแผนเปิดโรงงานใหม่ในจังหวัดตรัง ซึ่งจะเป็นโรงงานแห่งที่ 4 ที่เริ่มเดินเครื่องจักรในปีนี้ เพื่อผลิตถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์

“ปัจจุบันถือว่าบริษัทสามารถขยายกำลังการผลิตได้ตามแผน โดยโรงงานใหม่ในจังหวัดตรัง มีการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรคืบหน้าตามเป้าหมาย จะพร้อมเดินเครื่องจักรได้ในไตรมาสสุดท้ายตามแผน ซึ่งบริษัท ได้เตรียมความพร้อมด้านแรงงานและมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดภายในโรงงาน เพื่อให้ความมั่นใจแก่คู่ค้าและผู้บริโภค” นางสาวจริญญา กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ STGT กล่าวต่อว่า จากแผนงานขยายโรงงานดังกล่าว ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทฯ จะสามารถผลิตถุงมือยางเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 36,000 ล้านชิ้น จากปีที่ผ่านมาที่สามารถผลิตสินค้าได้ประมาณ 33,000 ล้านชิ้น 

ซึ่งกำลังการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการขนส่ง เพื่อแก้ปัญญาตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้ปริมาณการขายเติบโตได้ตามเป้าหมาย 

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 28,401.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 227.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 17,331.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,068.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 1.25 บาท ในวันที่ 7 กันยายน 2564 และคาดว่าในเดือนธันวาคม 2564 จะจ่ายในอัตราอีกไม่น้อยกว่า 1.25 บาทต่อหุ้น ภายหลังคณะกรรมการบริษัทอนุมัติงบไตรมาส 3/2564 เป็นที่เรียบร้อย