เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

นิรโทษกรรมม็อบ–คดี 112 ขจัดเผด็จการ จุดยืนพรรคการเมือง 45 ปี 6 ตุลา

06 ต.ค. 2564 | 12:28น.
นิรโทษกรรมม็อบ – คดี 112 ขจัดเผด็จการ จุดยืนพรรคการเมือง 45 ปี 6 ตุลา

เปิดบรรยากาศงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลาคม 2519 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักเคลื่อนไหว-นักการเมือง ร่วมกิจกรรม ยืนหยัดต่อต้านความรุนแรง ไม่ซ้ำรอยหน้าประวัติศาสตร์เดิม

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในงานบรรยากาศการจัดงานรำลึก 45 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นไปอย่างคึกคัก มากกว่าทุกปี

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะผู้จัดงานมีความกังวลว่าจะไม่สามารถจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ตั้งลานประติมากรรม “ธรรมศาสตร์ กับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519” ได้ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากทางมหาวิทยาลัย

แต่เมื่อถึงเวลา 00.03 นาที รอยต่อวันที่ 5 กับ 6 ตุลาคม ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจ้งผ่านไลน์ว่า มหาวิทยาลัยได้รับหนังสือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในเวลาราว 17.30 น. ว่าสามารถจัดงานได้โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการเปิดเผยของนายพลากร จิรโสภณ หนึ่งในคณะกรรมการจัดงาน

ต่อมาเวลาประมาณ 06.00 น. ผู้คนที่มาร่วมงานรำลึก 45 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้ทยอยเดินทางกันมา ซึ่งมหาวิทยาลัยด้านประตูฝั่งสนามหลวง และไม่ได้ล็อกกุญแจแต่อย่างใด คณะกรรมการจัดงานสามารถเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยได้ พร้อมทั้งตั้งโต๊ะให้ลงทะเบียน

โดยมีองค์กรต่าง ๆ, กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง มาร่วมงานอย่างคึกคัก เช่น ญาติวีรชน 6 ตุลา และญาติวีรชน14 ตุลา, ญาติวีรชน พฤษภา 35 และญาติวีรชน เมษา-พฤษภา 53, อดีต 18 ผู้ต้องหา 6 ตุลา , สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, องค์การและสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,

องค์การและสภานิสิตเกษตรฯ, มูลนิธิ และสถาบันปรีดี พนมยงค์, มูลนิธินิคม จันทรวิทุร, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, สมัชชาคนจน, มูลนิธิศักยภาพชุมชน, ชมรมโดมรวมใจ, สหภาพและสหพันธ์แรงงาน, ชมรมเพื่อนจุฬา, หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน (พมช.), กลุ่มเพื่อนมหิดล,

กลุ่มอีสานใต้, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก, กลุ่ม OCTDEM, กลุ่มแสงโดม มธ./คุณกิตติวัฒน์, พรรคป๋วยก้าวหน้า มธ., กลุ่มตุลาธรรม และเครือข่ายเดือนตุลา, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, พรรคสามัญชน, กลุ่มฟันเฟืองเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มเขตงาน อดีตผู้ปฏิบัติงานฐานที่มั่นภาคต่าง ๆ, ผู้แทนพรรคการเมือง, ตัวแทนสื่อมวลชน สื่ออิสระ สื่อโซเชียลเพื่อประชาธิปไตย

ส่วนนักการเมืองที่มาร่วมงาน อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.ทศพร เสรีรักษ์

ขณะที่พรรคการเมือง ก็ส่งตัวแทนมาร่วมพิธีพร้อมทั้งแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา

พรรคเพื่อไทย ส่งตัวแทนคือ นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และนายสุธรรม แสงประทุม อดีตนักศึกษานักเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ 6 ตุลา นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค และนายกฤตนัน สุทธิธนาเลิศ สมาชิกพรรค เข้าร่วมวางพวงมาลาเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

โดยนางสาวอรุณีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนของสังคมไทยที่ทำให้การยึดอำนาจรัฐประหารของเผด็จการเป็นสิ่งที่เลวร้ายและนำมาซึ่งความตกต่ำของประเทศจนถึงทุกวันนี้

เป็นหนึ่งในรูปแบบของความอำมหิตที่รัฐใช้กับผู้ชุมนุมที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และสุดท้ายประเทศไทยก็ตกหลุมวนอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา โดยมี 4 ขั้นตอนหลัก คือ

1.การสร้างสังคมที่ “อยุติธรรม” เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 การกลับเข้ามาในประเทศของจอมพลถนอม ที่ไม่เคยได้รับโทษใด ๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นชนวนเหตุความรุนแรง เช่นเดียวกับปัจจุบัน การชุมนุมของเยาวชนทั้งหลายก็เกิดจากการอึดอัดคับแค้นใจต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม

2.ใช้สื่อสารมวลชนอย่าง “อยุติธรรม” เพื่อสร้างวาทกรรมลดทอนคุณค่า โดยกรณี 6 ตุลา ผู้ชุมนุมถูกลดทอนคุณค่าการเรียกร้องความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทำให้กลายเป็นปีศาจคอมมิวนิสต์ ปีศาจญวน จนมาถึงปัจจุบันเยาวชนที่ออกมาชุมนุมถูกลดทอนคุณค่าให้เหลือเพียง พวกชังชาติ หรือพวกสามกีบ โดยสื่อบางกลุ่ม หรือหน่วยไอโอ

3.เผด็จการเข่นฆ่ากระทำการรุนแรงกับประชาชน ในกรณี 6 ตุลา รัฐระดมกำลังพลและอาวุธสงครามล้อมฆ่าประชาชนที่ไร้ทางสู้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ปัจจุบันรัฐเริ่มเพิ่มระดับความรุนแรงในการปราบผู้ชุมนุมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่แก๊สน้ำตา ฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมสารเคมี เอากระบองไล่ทุบตี ตระเวนขึ้นรถกระบะไล่ยิงกระสุนยาง และมี “มือมืด” ใช้กระสุนจริงด้วย

4.บังคับให้ถูกลืม กรณี 6 ตุลา การล้อมฆ่าถูกทำให้ลืมเลือน ใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะถูกรื้อฟื้น เมื่อเทียบกับการชุมนุมในปัจจุบันมักจะมีข่าวสังคมสร้างดราม่าเข้ามาแทรกเกือบทุกครั้ง ดังนั้นพรรคการเมืองและประชาชนจะต้องร่วมกันรื้อทุบโครงสร้างเหล่านี้ไปให้ได้ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยุติธรรมกลับคืนมาจะได้ไม่ต้องมีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2529 เกิดขึ้นซ้ำอีก

พรรคก้าวไกล–คณะก้าวหน้า มาพร้อมกัน โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่มาร่วมกิจกรรม 6 ตุลา ตนเคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกปีเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากรัฐใช้ความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมายจนมาถึงปัจจุบันที่ดินแดง

รัฐบาลไทยยังไม่รับฟังและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รับฟังความฝันใหม่ ๆ และความเปลี่ยนแปลงยุคสมัย 45 ปีเคยเป็นอย่างไรปีนี้ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ซึ่งพรรคก้าวไกลมีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.ขอให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับประชาชน ยิ่งมีการใช้ความรุนแรงต่อสู้กับอนาคตมากเท่าไร การชุมนุมแต่ละครั้งก็จะมีการปะทุและรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

2.ขอเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนยุคนี้ได้แสดงความคิดเห็น ใช้ความประนีประนอมกันไม่ใช้ความรุนแรง และ 3.ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ต้องแก้ด้วยกระบวนการทางการเมือง ยอมรับการที่มีคนเห็นต่างในระบบประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติและสามารถทำได้ เชื่อว่าผลลัพธ์ความขัดแย้งทางการเมืองจะถูกชำระและทำให้ประเทศไทยเดินต่อไปได้

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เรียกร้องว่า ถ้ารัฐบาลยังดำเนินคดีกับเยาวชน และมองเห็นเยาวชนของชาติเป็นภัยความมั่นคงอย่างนี้อยู่ สังคมเดินต่อไปไม่ได้ ดังนั้น สำหรับเรื่องคดีทางการเมือง 1.จะต้องยุติการดำเนินคดีทางการเมือง เปิดพื้นที่ปลอดภัยทางการเมืองอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อหาจุดลงตัวให้ได้ว่าจะเดินร่วมกันไปอย่างไร ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่าง

2.คดีที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องใช้วิธีทางการเมืองแก้ไข ไม่ว่าคดีมาตรา 112 มาตรา 116 คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องใช้กระบวนการทางการเมืองหาทางออก อาจต้องเดินไปถึงการนิรโทษกรรม ให้คดีเป็นโมฆะ เพราะหากดำเนินคดีเหล่านี้ต่อไปไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

“มาตรา 112 อย่างน้อยต้องแก้ไข หากไม่ยอมให้แก้ไข อนาคตประชาชนก็จะเสนอให้ยกเลิก”

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า เรามารำลึกอดีตเพื่อส่งเสียงว่าอยากเห็นอนาคตเป็นแบบไหน อนาคตที่เราอยู่ร่วมกันอย่างโอบอ้อมอารี อนาคตที่ความคิดเห็นแตกต่างได้รับการยอมรับ อนาคตที่อยู่ร่วมกันอย่างอดทนอดกลั้นกับอุดมการณ์แตกต่างกัน

อนาคตที่สิทธิ เสรีภาพประชาชนได้รับการปกป้อง มีแต่อนาคตแบบนี้เท่านั้นที่ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าเข้าทันโลกาภิวัตน์ได้ เรามารำลึก 6 ตุลา ไม่ได้รำลึกแต่เพียงอดีต แต่เรามาป่าวประกาศถึงสังคมที่เราอยากจะสร้างไปด้วยกัน

พรรคไทยสร้างไทย นำโดยนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็มาร่วมรำลึก โดยเรียกร้องให้รัฐต้องสรุปบทเรียนการจัดการความขัดแย้งในอดีต เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเหมือนกับในอดีต โดยเฉพาะผู้นำประเทศ ที่จะต้องถอดบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงทุกรูปแบบต่อประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน

“พรรคไทยสร้างไทย ขอสืบทอดเจตนารมณ์ของคนยุค 6 ตุลา โดยขอเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อสานต่อ 4 ภารกิจสำคัญ คือ ขจัดเผด็จการอำนาจนิยม, ขจัดรัฐราชการรวมศูนย์, ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยเต็มใบได้สำเร็จ”

อีกด้านในท้องสนามหลวง กลายเป็นที่วางตูคอนเทนเนอร์จำนวนมาก และมีรั้วลวดหนามตั้งไว้ในรั้วเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน เช่นเดียวกับบริเวณด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ก็มีตู้คอนเทนเนอร์กั้นเอาไว้เช่นกัน

เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงบ่ายที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะจัดปราศรัย ณ ลานปืนใหญ่ ข้างหอประชุมใหญ่ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการอ่านบทกวีโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จนถึงการจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลา ในช่วงเวลา 18.50 น.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

6 ตุลา ม.112