เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
News กทม. เร่งสะสาง ‘ขยะน้ำท่วม’ ลาดพร้าว 101 เบรกทิ้งชั่วคราววัดบึงทองหลาง ย้ายไปจุดรับขยะใหม่
กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
News กทม. เร่งเคลียร์ขยะจากน้ำท่วม“เคหะร่มเกล้า”เปิดทางเข้าออกบ้านเรือน ตั้งจุดทิ้งใกล้ชุมชน
แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
Real Estate แอสเซทไวส์ ปิดดีลซื้อหุ้น “ชีวาทัย เอสเตท 3” เสริมพอร์ตอสังหาฯ ผุดคอนโดย่านแจ้งวัฒนะ
“ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
Finance “ประกันภัยพิบัติ” เริ่มทำงาน ลุยลำพูน-เชียงใหม่ บ้านรับสูงสุด 1 แสน-เสียชีวิต 2 ล้าน
ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
Business ยอดสั่ง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab ทะลุ 20 ล้านออร์เดอร์ ดันยอดขายร้านโต 2 เท่า
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
Biz Movement สแกนสมรภูมิ ‘Solar EPC’ ไทย ตลาดแข่งเดือดรับเทรนด์ ESG—เปิดพอร์ต 5 ผู้เล่นในอุตสาหกรรม
ดูทั้งหมด

ตึกถล่มประชาชื่น : ถอดบทเรียนเหตุการณ์รื้อถอนอาคารถล่ม

13 ต.ค. 2564 | 17:37น.

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย ถอดบทเรียนเหตุการณ์รื้อถอนอาคารถล่มย่านประชาชื่น เมื่อวันที่ 12 ต.ค.

วันที่ 13 ตุลาคม 2564 ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย เปิดเผยว่า จากรณีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 เกิดเหตุอาคารอพารต์เมนต์เก่า สูง 6 ชั้นย่านประชาชื่นถล่มลงมาระหว่างรื้อถอนอาคาร ทับคนงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุอาคารถล่มขณะทำการรื้อถอนเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต เช่น เหตุการณ์ตึกสูง 8 ชั้นบริเวณซอยสุขุมวิท 87 เกิดถล่มลงมาระหว่างรื้อถอน ในเดือนธันวาคม 2559 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและสูญหาย 2 ราย

ในปัจจุบันพบว่ามีการรื้อถอนอาคารเก่าหลายแห่ง ซึ่งงานรื้อถอนอาคารเก่าเป็นงานที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากรื้อถอนไม่ถูกวิธีหรือไม่ตรงตามขั้นตอนแล้วก็อาจทำให้อาคารถล่มลงมาได้ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้อาคาร 6 ชั้นที่ประชาชื่นถล่มนั้น คงต้องผลรอการวิเคราะห์และการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามงานรื้อถอนอาคารเป็นงานที่อันตรายและมีความเสี่ยงสูง ในแง่วิศวกรรมนั้น งานรื้อถอนจัดว่าเป็นงานวิศวกรรมควบคุมที่ต้องมีลำดับขั้นตอนในรื้ออาคารเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

โดยหลักสำคัญของวิศวกรรมการรื้อถอนนั้น จะต้องทำขั้นตอนที่ตรงข้ามกับการก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ จะทำข้ามขั้นตอนไม่ได้ เช่น การก่อสร้างอาคารใหม่จะต้องทำจากล่างขึ้นบนไปทีละชั้น เริ่มจากชั้นที่ 1 ไปชั้นที่ 2 ไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน การรื้อถอนก็ต้องทำในทิศตรงกันข้าม เช่น ต้องเริ่มรื้อจากชั้นบนก่อนแล้วค่อย ๆ ไล่ลงมาจนถึงชั้นล่างสุด

หากผู้รื้อถอนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่จงใจไม่ทำตามขั้นตอนเพื่อต้องการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน เช่น รื้อถอนโดยทำลายเสาชั้นล่างๆเพื่อมุ่งหวังให้อาคารถล่มลงมาทั้งหลัง ถือว่าเป็นการข้ามขั้นตอนของการรื้อถอน ซึ่งเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางของการล้มคว่ำของอาคารได้ ผู้รื้อถอนที่ไม่เข้าใจหลักวิศวกรรมหรือมักง่ายเช่นนี้ อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้

เนื่องจากงานรื้อถอนเป็นงานอันตราย ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายมากำกับดูแล อย่างน้อยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.วิศวกร โดย พ.ร.บ. ควบคุมอาคารปี 2522 กำหนดให้การรื้อถอนอาคารเป็นงานที่ต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนจะเริ่มดำเนินการ และ พ.ร.บ.วิศวกร ปี 2542 และกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมปี 2550

กำหนดว่างานรื้อถอนอาคาร ที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป เข้าข่ายเป็นวิศวกรรมควบคุมซึ่งต้องมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกรมาควบคุมการรื้อถอน นอกจากนี้ การรื้อถอนที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมจะต้องมีแบบ รายละเอียด ตลอดจนการคำนวณลำดับขั้นตอนการรื้อถอน ที่ลงนามโดยวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป เนื่องจากเป็นอาคารที่มีความสูง 6 ชั้น

ดังนั้นจึงเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่จะต้องตรวจสอบว่าการรื้อถอนดังกล่าวมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ในส่วนการตรวจสอบการทำงานของวิศวกรนั้น สภาวิศวกรมีอำนาจตรวจสอบและดำเนินการในเรื่องนี้ ว่ามีวิศวกรเข้าไปกำกับดูแลการรื้อถอนหรือไม่ และวิศวกรที่มีหน้าที่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักวิชาการและหลักทางวิศวกรรมอย่างถูกต้องหรือไม่

หากตรวจพบว่าวิศวกรไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาการ อาจเข้าข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณ อาจทำให้วิศวกรผู้นั้นต้องได้รับโทษทางจรรยาบรรณ ถึงขั้นถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพได้

ทั้งนี้ การรื้อถอนอาคารในบริเวณชุมชนหนาแน่น ก็อาจเกิดอันตรายต่อประชาชนได้ ดังนั้นหากประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงอาคารที่ทำการรื้อถอน ก็ต้องให้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ พยายามหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้บริเวณดังกล่าว และหากพบสิ่งไม่ปกติ เช่น มีการใช้รถขุดเจาะตัดเสาในชั้นล่าง หรือไม่รื้อถอนจากชั้นบนลงมาตามลำดับ ก็อาจแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิศวกร