เช็กภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ระวังสภาพคล่องลดลงกังวลเฟดทำ QE
บล.ฟิลลิป รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า ระวังสภาพคล่องลดลง กังวลเฟดทำ QE กดดันดัชนี SET แกว่งไซต์เวย์ 1,615-1,660 จุด เน้นลงทุนหุ้นอิงในประเทศ-กำไรไตรมาส 3/64 ออกมาดี
QE กดดัน SET ไซตเวย์ 1,615-1,660 จุด
วันที่ 24 ตุลาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า(25-29 ต.ค.64) ว่า แม้มีแรงหนุนจากความหวังการเปิดประเทศ และมาตรการกระตุ้นการบริโภค-ท่องเที่ยว แต่ภายนอกอาจเผชิญความกังวลเรื่อง QE Tapering จะทำให้ดัชนี SET Index แกว่งไซต์เวย์ระหว่าง 1,615-1,660 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงเน้นหุ้นที่อิงกับภายในประเทศเป็นหลัก รวมถึงหุ้นกำไรไตรมาส 3/64 ออกมาดี (Earning Play)
ธนาคารกลางหลายประเทศจ่อขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ทั้งนี้จากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ อาจทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg พบว่านักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มมีมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายทั้งหมด 2 ครั้งในปี 2565 โดยจะปรับขึ้นครั้งแรกในเดือน ก.ย.65 จากเดิมที่คาดกันว่า FED น่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นเพียงครั้งเดียวในเดือน ธ.ค.65
รวมไปถึงมุมมองต่อธนาคารกลางอังกฤษ(BOE) ซึ่งตลาดเชื่อว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ภายในสิ้นปีนี้ แต่ตลาดยังคิดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอีกระยะหนึ่ง
ส่วนประเด็นการทำ QE tapering ของ FED ที่อาจมีความชัดเจนมากขึ้นในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ทางฝ่ายวิจัยเชื่อว่านักลงทุนรับรู้ไปค่อนข้างมากแล้ว หลังเห็นรายละเอียดในรายงานการประชุม FED รอบ ก.ย.ที่ผานมา ดังนั้นหาก FED ประกาศลดวงเงิน QE จริง ทางฝ่ายวิจัยคาดว่าผลกระทบต่อตลาดจะเป็นเพียงช่วงสั้นเท่านั้น
เปิดประเทศ-หุ้นพลังงาน ประคองตลาด
อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นไทยยังมีแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ อาทิ 1.การเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ และ 2.มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายและการท่องเที่ยว ที่ทยอยดำเนินการไปบ้างแล้ว ทางฝ่ายวิจัยจึงคาดว่ายังน่าจะเห็นการเวียนเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นกลุ่ม Reopening บางส่วน ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มพลังงานจะยังคงได้รับบรรยากาศ (sentiment) เชิงบากจากวิกฤตขาดแคลนพลังงานในหลายประเทศ และฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงส่งผลให้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบโลก ราคาก๊าซธรรมชาติในกลุ่มประเทศยุโรป และราคาถ่านหินจีนมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี นักลงทุนอาจยังต้องหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มปั๊มน้ำมันออกไปก่อน หลัง กบง.ออกมาตรการแก้ปัญหาดีเซลแพง ส่งผลต่อค่าการตลาดกลุ่มน้ำมันดีเซลลดลง 0.40 บาทต่อลิตร
จับตาประชุม ECB 28 ต.ค.-กำไรหุ้นเรียลเซ็กเตอร์
โดยปัจจัยสำคัญน่าติดตามคือ 1.วันที่ 28 ต.ค.ประชุม ECB และ 2.ตลอดสัปดาห์ติดตามการประกาศงบไตรมาส 3/64 ของกลุ่ม Real Sector เชน DTAC, SCGP, HMPRO, DELTA, SCC, PTTEP และ STANLY (ตามลำดับ)
ชู PTTEP-MINT หุ้นเด่น
แนะนำ MINT รับบรรยากาศเชิงบวกจากสถานการณ์ Covid-19 ทั่วโลกที่ดูดีขึ้น และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย.นี้
และ PTTEP คาดไตรมาส 3/64 กำไรฟื้นตัวทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากราคาน้ำมันดิบโลกที่อยู่ในขาขึ้น(งบประกาศวันที่ 28 ต.ค.) อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันจะมีมากขึ้นไปอีก จากการเข้าสู่ฤดูหนาวปลายปี