เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
ศุภจี เร่งปิดดีล “ภาษีสหรัฐ” ชี้เหลือประเด็นย่อย ก่อนต่อสายตรง ’อนุทิน-ทรัมป์‘
Economic ศุภจี เร่งปิดดีล “ภาษีสหรัฐ” ชี้เหลือประเด็นย่อย ก่อนต่อสายตรง ’อนุทิน-ทรัมป์‘
EGCO ลุย Asset Recycling ซื้อ 45% โรงไฟฟ้าก๊าซนิวยอร์ก 615 MW รับรู้กระแสเงินสดทันที
Economic EGCO ลุย Asset Recycling ซื้อ 45% โรงไฟฟ้าก๊าซนิวยอร์ก 615 MW รับรู้กระแสเงินสดทันที
 ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ยกระดับบริการสู่ Global Privileges ปั้นโปรดักต์ Non-Visa ขายคนไทย
Business  ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ยกระดับบริการสู่ Global Privileges ปั้นโปรดักต์ Non-Visa ขายคนไทย
พาณิชย์ ดูราคาสินค้า ไม่ให้รับผลกระทบ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย ยันมีแพ็กเกจกระตุ้น ศก.ยาว
Economic พาณิชย์ ดูราคาสินค้า ไม่ให้รับผลกระทบ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ย ยันมีแพ็กเกจกระตุ้น ศก.ยาว
BFPL-BPT เปิดหน้าดินเพิ่ม หาต้นเหตุ “น้ำมันรั่วพระราม 3” พร้อมรับผิดชอบความเสียหาย
Economic BFPL-BPT เปิดหน้าดินเพิ่ม หาต้นเหตุ “น้ำมันรั่วพระราม 3” พร้อมรับผิดชอบความเสียหาย
ค่าเงินบาทวันนี้ (18 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.26 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (18 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.26 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค่ายรถญี่ปุ่นครองใจผู้ใช้รถไทย คว้าคะแนนความภักดีต่อแบรนด์สูงสุด
Automotive ค่ายรถญี่ปุ่นครองใจผู้ใช้รถไทย คว้าคะแนนความภักดีต่อแบรนด์สูงสุด
C-Beauty เขย่าเกมความงาม ศึกใหญ่แบรนด์เครื่องสำอางไทย
Columns C-Beauty เขย่าเกมความงาม ศึกใหญ่แบรนด์เครื่องสำอางไทย
SC เมินสงครามราคา เน้นฟังก์ชั่น ‘ตรงใจ’ ดันยอดขาย
Real Estate SC เมินสงครามราคา เน้นฟังก์ชั่น ‘ตรงใจ’ ดันยอดขาย
ดูทั้งหมด

C-Beauty เขย่าเกมความงาม ศึกใหญ่แบรนด์เครื่องสำอางไทย

18 ก.ย. 2569 | 08:16น.
คอลัมน์ : นอกรอบ 
ผู้เขียน : สุจิตรา อันโน ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครื่องสำอางจีน หรือ C-Beauty กำลังเปลี่ยนสถานะจากเครื่องสำอางที่แข่งขันด้วยราคา สู่ผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมความงามโลก หลายแบรนด์ยกระดับทั้งคุณภาพ นวัตกรรม และการออกแบบ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตของแบรนด์จีน แต่เป็นสัญญาณว่าเกมการแข่งขันในตลาดความงามกำลังเปลี่ยนไป

การเติบโตของ C-Beauty ไม่ใช่เพียงการมาของคู่แข่งรายใหม่ แต่กำลังเปลี่ยนเกมการแข่งขันในตลาดความงาม เพราะแบรนด์จีนไม่ได้มีเพียงแต้มต่อด้านราคา แต่ยังแข่งขันด้วยความเร็ว การใช้ข้อมูล และความสามารถในการเปลี่ยนกระแสบนโลกออนไลน์ให้เป็นยอดขาย

ฐานสำคัญของความสำเร็จมาจากตลาดขนาดใหญ่และกระแส “กั๋วฉาว” ที่หนุนให้ผู้บริโภครุ่นใหม่เปิดรับแบรนด์จีนมากขึ้น โดยได้นำวัฒนธรรมจีนมาต่อยอดเป็นจุดขายร่วมสมัย ซึ่งแรงสนับสนุนดังกล่าวผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีนเพิ่มจาก 50% ในปี 2565 เป็น 57% ในปี 2568 แซงแบรนด์ต่างประเทศ และขยับจากแบรนด์ทางเลือกขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในตลาดของตนเอง

เมื่อสร้างฐานในประเทศได้แข็งแกร่ง C-Beauty จึงเดินเกมรุกต่างประเทศอย่างจริงจัง ปัจจุบันจีนขยับขึ้นเป็นผู้ส่งออกเครื่องสำอางอันดับ 5 ของโลก หลังครองอันดับ 8 มานานกว่าทศวรรษ โดยในปี 2568 จีนส่งออกเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 4.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.3% จากปี 2565 ขณะที่มูลค่าส่งออกเครื่องสำอางทั่วโลกเพิ่มขึ้นเพียง 9.3% ในช่วงเดียวกัน

เมื่อ C-Beauty เร่งขยายตลาดต่างประเทศ อาเซียนจึงกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญ ด้วยฐานผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคน กำลังซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และการเปิดรับเทรนด์ความงามผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้หนุนให้มูลค่าส่งออกเครื่องสำอางจากจีนมายังอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็น 711.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.42 หมื่นล้านบาทในปี 2568 เติบโต 94.2% จากปี 2565 และสูงกว่าช่วงก่อนโควิดราว 1.9 เท่า

สำหรับไทย แรงกดดันจาก C-Beauty ปรากฏชัดขึ้นผ่านตัวเลขการค้า โดยในปี 2568 ไทยนำเข้าเครื่องสำอางจากจีนมูลค่าประมาณ 5.38 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.3% YoY สวนทางกับการนำเข้าเครื่องสำอางโดยรวมที่หดตัว 7.4% YoY

และในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จีนก้าวขึ้นเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องสำอางอันดับหนึ่งของไทย ครองสัดส่วน 24% เพิ่มจาก 11% ในช่วงเดียวกันของปี 2562 ขณะที่มูลค่านำเข้าจากจีนยังขยายตัวถึง 39.8% จากปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่า C-Beauty ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดไทย

การเติบโตของ C-Beauty กำลังทำให้แบรนด์ไทยเผชิญศึกสองด้าน ด้านหนึ่งต้องรักษาส่วนแบ่งในประเทศ ท่ามกลางสินค้านำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกด้านต้องแข่งขันกับแบรนด์จีนในอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักและคิดเป็นสัดส่วนราว 38% ของมูลค่าส่งออกเครื่องสำอางไทยในปี 2568 เมื่อ C-Beauty เร่งชิงพื้นที่ในตลาดเดียวกัน สมรภูมิการแข่งขันจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไทย แต่กำลังขยายไปถึงตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการเติบโตในต่างประเทศของแบรนด์ไทยด้วย

ซึ่งแต้มต่อของ C-Beauty ไม่ได้อยู่ที่ราคาเท่านั้น แต่เกิดจากการเชื่อมข้อมูลผู้บริโภค R&D การผลิต และ Social Commerce เข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มอย่าง Douyin, Tmall และ Xiaohongshu ช่วยให้แบรนด์ติดตามกระแสและเสียงตอบรับได้เกือบเรียลไทม์ ก่อนนำข้อมูลไปพัฒนาสินค้าให้ตรงกับตลาด เมื่อทำงานร่วมกับห่วงโซ่อุปทานครบวงจร แบรนด์จีนจึงมองเห็นกระแส ปรับสินค้า และเปลี่ยนความสนใจเป็นยอดขายได้รวดเร็ว

แรงกดดันต่อแบรนด์ไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคา แต่ครอบคลุมถึงความเร็วในการออกสินค้า ความแม่นยำในการจับเทรนด์ และประสิทธิภาพในการเปลี่ยน Engagement เป็นยอดขาย หากแบรนด์ไทยยังใช้เวลาพัฒนาสินค้านาน ตัดสินใจจากประสบการณ์มากกว่าข้อมูล หรือแยกการตลาดออกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่องว่างในการแข่งขันอาจยิ่งกว้างขึ้น

อย่างไรก็ดี ไทยยังมีจุดแข็งจากฐานการผลิต OEM/ODM ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่น รวมถึงความเข้าใจผู้บริโภคในภูมิอากาศร้อนชื้น แต่การมีวัตถุดิบหรือฐานการผลิตที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานรองรับ มีอัตลักษณ์ชัด และขยายตลาดได้จริง

โจทย์ของ T-Beauty จึงไม่ใช่การลงไปแข่งขันด้านราคากับ C-Beauty แต่คือการเปลี่ยนจุดแข็งของไทยให้เป็นความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก พร้อมเชื่อมข้อมูล R&D การผลิต และช่องทางขายให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน

การรุกตลาดโลกของ C-Beauty เป็นสัญญาณว่าเกมความงามกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันว่าใครมีประวัติยาวนานกว่า ไปสู่การแข่งขันว่าใครเข้าใจตลาดและปรับตัวได้เร็วกว่า สำหรับแบรนด์ไทย คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะสร้างความแตกต่างที่ตลาดยอมรับ และนำออกสู่ตลาดได้เร็วเพียงใด ก่อนที่พื้นที่การแข่งขันจะถูกคู่แข่งช่วงชิงไปมากกว่านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เครื่องสำอาง