SC เมินสงครามราคา เน้นฟังก์ชั่น ‘ตรงใจ’ ดันยอดขาย
ท่ามกลางกำลังซื้อที่ฝืดเคือง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ความสำคัญของบ้านยุคปัจจุบันจึงไม่จำเป็นต้องใหญ่สุด แต่ต้องตรงใจที่สุด เปลี่ยนจากการเติมฟังก์ชั่นให้อลังการสู่การเลือกใส่สิ่งที่จำเป็น ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เพื่อคุมต้นทุนและรักษาระดับราคาให้แข่งขันได้

“มงกุฎ เตโชฬาร” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า เราพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละทำเลและแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าปีนี้จะปิดการขาย 19 โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในเครือ มูลค่ารวม 25,600 ล้านบาท
แบ่งเป็น 4 โครงการที่ปิดการขายแล้วและใกล้ปิดการขายอีก 15 โครงการ อาทิ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์-พระราม 3, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา และบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต คิดเป็นสินค้าคงเหลือเกือบ 1,000 ล้านบาท
ปรับฟังก์ชั่นจำเป็น-คุมต้นทุน
ภาพรวมบ้านแนวราบไตรมาส 4/2569 เป็นช่วงเร่งสปีดของทุกผู้ประกอบการ มีการเปิดตัวโครงการใหม่กัน เช่นเดียวกับเอสซีที่คาดว่าการเปิด 19 โครงการใหม่ และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ในโค้งสุดท้ายจะช่วยยอดขายให้เข้าเป้าที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยตั้งเป้ายอดขายและยอดโอนที่ 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของเป้ายอดขายทั้งหมดของบริษัท
“ช่วงโค้งสุดท้ายที่เรามองเห็นทุกคนมีการเติบโต การแข่งขันยังมีอยู่เรื่อย ๆ แต่ราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญแล้ว แต่ตอนนี้ทำอย่างไรให้จัดสเป็ก ฟังก์ชั่นให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด ตั้งแต่ช่วงโควิดพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป จากต้องการพื้นที่ใหญ่ แต่วันนี้ไม่ใช่ ต้องปรับสเปซให้ตรงตามกับที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ มากขึ้น ไม่ได้คำนึงถึงแค่ให้เข้ากับขนาดที่ดินที่เรามี”
จึงเป็นที่มาของแนวคิดและแคมเปญ Live and Learn Home สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์บ้าน ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การออกแบบพื้นที่ ไปจนถึงประสบการณ์หลังการซื้อ ด้วยการจ้างบริษัทวิจัยสำรวจข้อมูลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้านกว่า 1,400 ยูนิต กำหนดให้ผู้บริหารเยี่ยมชมความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของลูกบ้านด้วยตัวเอง และเข้าฟังทั้งคำติและคำชม เพื่อนำปรับใช้ในการพัฒนาฟังก์ชั่นบ้านให้เหมาะกับแต่ละเซ็กเมนต์และแต่ละทำเล
“มงกุฎ” ระบุว่า เป้าหมายเพื่อปลดล็อกไม่ให้ฟังก์ชั่นบ้านถูกจำกัดด้วยพื้นที่ดั้งเดิม โครงการที่เปิดตัวหลังจากนี้จะออกแบบให้บ้านมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยน ยุบ หรือรวมพื้นที่ใช้งานเข้าด้วยกันได้ หากครอบครัวมีสมาชิก 2 คน ยุบรวมพื้นที่หลายส่วนให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ตามที่ต้องการได้ โดยโครงสร้างการออกแบบทำให้คล้ายตัวต่อเลโก้ ขยับ ถอดออก หรือเชื่อมต่อแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ
“พอจัดสเปซได้ว่าแบบไหนสวยและถูกใจลูกค้า จะไม่ใช้โครงสร้างต้นทุนที่อลังการเท่าซีรีส์แรก ๆ แต่ยังเน้นความสวยงามและตรงใจอยู่ เพียงแต่ลดทอนอะไรที่ไม่จำเป็นออก เช่น สเปซที่ไม่ได้ใหญ่เกินไป ทำให้คุมต้นทุนบ้านได้ ให้ราคาอยู่ในจุดที่แข่งขันได้ ไม่ต้องขึ้นราคาตามต้นทุน และยังออกแบบบ้านตามสไตล์ของเอสซีในราคาที่ไม่แพงไปกว่าเดิม”
เทกระจาดโค้งสุดท้าย 19 โครงการ
โดยที่ผ่านมาได้ใช้แนวคิดนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไปแล้ว 19 โครงการ ภายใต้ 5 แบรนด์ ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว ไอดี และเดอะ พาวิลเลียน โดยพัฒนาพื้นที่ให้สอดรับกับการใช้ชีวิต อาทิ Double Living ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้, ห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดเท่ากัน, พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 รวมถึง Cinematic Space ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการบ้านโปร่งและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
ตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4/2569 จะเปิด 19 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท เป็นบ้าน 8 ซีรีส์ครอบคลุมทั้งแบรนด์แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว มาพร้อมแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย ปัจจุบันเปิดแล้ว 4 ซีรีส์ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern โดยแคมเปญนี้จะเป็นแคมเปญหลักของบริษัทไปจนถึงสิ้นปี 2569
“ยอดขายแนวราบ 8 เดือนที่ผ่านมายังทำได้ดีใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ไตรมาสสุดท้ายของทุกปีเป็นไตรมาสที่ทำผลงานได้ดีที่สุดทุกปีอยู่แล้ว คาดว่าการออกโปรดักต์ที่หลากหลาย และแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างดี แม้ว่ากำลังซื้อบ้านหรูยังทรงตัว แต่บ้าน 20 ล้านขึ้นไปยังขายได้ดี ทำเลขายดีมีรามอินทรา ราชพฤกษ์ กรุงเทพกรีฑา บางนา รังสิต วิภาวดีฯ มอเตอร์เวย์พระราม 9 และพรานนก” มงกุฎกล่าว