เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ดูทั้งหมด

เกาะติด 3 ธนาคารกลาง ประชุมลดคิวอี-ขึ้นดอกเบี้ยทำตลาดเงินผันผวน 

31 ต.ค. 2564 | 15:13น.
เงินบาท

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 29.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย ส่งสัญญาณลดคิวอี-ขึ้นดอกเบี้ย รับมือเงินเฟ้อพุ่งกดดันตลาดเงินผันผวน เผยนักลงทุนจับตาเปิดประเทศหนุนฟันด์โฟลว์

วันที่ 31 ตุลาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 1-5 พฤศจิกายน 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นเรื่องข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางหลักสำคัญ โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น 

ทั้งนี้ ตลาดจะรอจับตาดูว่าในการประชุมเฟดครั้งนี้ จะมีการประกาศลดการเข้าซื้อพันธบัตรผ่านมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) อย่างไรบ้าง รวมถึงมุมมองของเฟดต่อแนวโน้มการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งจะสะท้อนถึงแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยเงินสกุลดอลลาร์ อาจผันผวนและอ่อนค่าลงได้หากเฟดไม่ได้ประกาศลด QE ในครั้งนี้ หรือสเตปการลด QE ไม่ได้เร่งรีบมากเท่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าเฟดจะลดวงเงิน QE เดือนละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงหากเฟดย้ำว่าไม่ได้กังวลแนวโน้มการเร่งตัวของเงินเฟ้อ และยังมองว่าเฟดจะไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ย

“กลับกันหากเฟดแสดงความกังวลปัญหาเงินเฟ้อมากขึ้น ตลาดอาจมีความเชื่อมั่นว่า เฟดอาจต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งภาพดังกล่าวจะช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้”

นอกจากการประชุมเฟด ตลาดยังจับตาการประชุมธนาคารกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้ คือ การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดยตลาดต่างรอลุ้นว่า BOE จะส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอย่างไรบ้าง หลังเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นไปมาก โดยมุมมองของ BOE ที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย หรือ ลด QE จะช่วยหนุนให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นและกดดันเงินดอลลาร์ได้

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินก็อาจจะปั่นป่วนจากผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า RBA อาจเริ่มส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ย และทยอยลดการคุมบอนด์ยีลด์ 

ขณะเดียวกัน ตลาดจะรอจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั่วโลก ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและการบริการ (Manufacturing + Services PMI) ของจีนและสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไฮไลท์ ข้อมูลเศรษฐกิจคือ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยตลาดจะรอลุ้นว่า ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls) จะฟื้นตัวดีขึ้นขนาดไหน หลังมาตรการช่วยเหลือผู้ตกงานในช่วงโควิด-19 ได้จบลงในเดือนกันยายน ซึ่งตลาดมองว่า NFP อาจเพิ่มขึ้น 3.9 แสนราย ในเดือนตุลาคม ดีขึ้นจากที่เพิ่มเพียง 1.9 แสนรายในเดือนก่อนหน้า

“การฟื้นตัวของตลาดแรงงานก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทำให้เฟดกล้าเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้”

สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นจำนวน 6,822 ล้านบาท และตลาดบอนด์ซื้อสุทธิ 5,756 ล้านบาท เนื่องจากมีประมูลบอนด์ในช่วงต้นสัปดาห์และยีลด์ระยะยาวมีการปรับตัวลดลง

ขณะที่ภายในสัปดาห์หน้า ประเมินภาพฟันด์โฟลว์คงไม่ต่างจากสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงรอดูแนวโน้มการเปิดประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์เข้มงวด ดังนั้น ในฝั่งหุ้นน่าจะเห็นนักลงทุนต่างชาติมีการซื้อ-ขายสลับกัน แต่โดยรวมอาจเป็นฟันด์โฟลว์ไหลออกตามการขายทำกำไร (take profit) 

“บอนด์ก็จะนิ่งๆ เช่นกัน จนกว่าจะมีการประมูลบอนด์ใหม่ หรือ ยีลด์ปรับตัวขึ้นไปเยอะมากจนน่าสนใจ อาทิ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ทะลุเหนือระดับ 2.00%” 

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 32.90-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดติดตามผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 3 พ.ย.64 ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ (QE) และการประเมินภาวะเงินเฟ้อ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับจังหวะเวลาปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไปรวมถึงข้อมูลการผลิตและจ้างงานเดือน ต.ค. ของสหรัฐฯ และประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) 

“กรณีเฟดมองเงินเฟ้อสูงชั่วคราวก่อนจะชะลอลงในปีหน้า จะเห็นดอลลาร์อาจอ่อนค่า แต่ถ้าประเมินเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสูงนาน อาจสนับสนุนมุมมองของตลาดว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย และดอลลาร์จะแข็งค่า ส่วนการเริ่มลด QE ก่อนสิ้นปีนี้ ตลาดรับรู้ไปมากแล้ว แต่จะมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราการลด QE เป็นสำคัญ และกระแสเงินทุนไหลเข้า แนวทางการเปิดประเทศ หนุนค่าเงินบาท หลังจากอ่อนค่ามามากเกือบตลอดทั้งปีนี้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ธนาคาร