เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ หลัง Fed ประกาศลดวงเงิน QE ตามคาด

05 พ.ย. 2564 | 20:30น.
ค่าเงินบาท-ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (1/11) ที่ระดับ 33.33/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (29/10) ที่ระดับ 33.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 4.4% เมื่อเทียบรายปี

ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2534 ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ส.ค. นอกจากนี้นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะทำการคัดเลือกประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ โดยในรายงานระบุว่า นายเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนปัจจุบันนั้นมีแนวโน้มที่จะได้ครองเก้าอี้ต่อไปเป็นสมัยที่ 2 แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบุคคลอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมด้วยเช่นกัน

ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนบางรายแสดงความวิตกกังวลว่า ตลาดการเงินอาจจะเผชิญกับความผันผวน หากท้ายที่สุดแล้วประธานาธิบดีไบเดนเลือกประธานเฟดคนใหม่ที่พลิกโผจากการคาดการณ์ ส่วนในคืนวันจันทร์ (1/11) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 60.8 ในเดือน ต.ค. โดยระดับดัชนีได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของคำสั่งซื้อใหม่ที่แตะระดับต่ำสุด 16 เดือน ท่ามกลางการขาดแคลน วัตถุดิบและแรงงาน

ในขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 58.4 ในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ต่อมาในคืนวันพุธ (3/11) ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 571,000 ตำแหน่งในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. จากระดับ 523,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. โดยตัวเลขการจ้างงานดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 400,000 ตำแหน่ง และสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 66.7 ในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2540 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 62.0 จากระดับ 61.9 ในเดือน ก.ย.

นอกจากนี้ในคืนวันพุธ (3/11) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุม นอกจากนี้ เฟดจะปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. โดยเฟดจะปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเดือนละ 10,000 ล้านดอลลาร์ และปรับลดวงเงินซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) เดือนละ 5,000 ล้านดอลลาร์ การลดวงเงิน QE ดังกล่าวจะทำให้เฟดยุติการทำ QE โดยสิ้นเชิงในกลางปี 2565

อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ระบุว่าเฟดไม่ได้มีการดำเนินการอย่างตายตัว และเฟดจะทำการปรับมาตรการ หากมีความจำเป็น โดยเฟดก็พร้อมที่จะปรับวงเงินการซื้อพันธบัตร หากมีการเปลี่ยนแปลงต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินปอนด์หลัง BoE คงดอกเบี้ยในการประชุม ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 14,000 ราย สู่ระดับ 269,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563 และต่ำกว่าที่คาดที่ระดับ 275,000 ราย

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 11.2% สู่ระดับ 8.09 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสูงกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ในเดือน มิ.ย.ที่ระดับ 7.32 หมื่นล้านดอลลาร์ จากคาดก่อนหน้านี้ว่าจะขาดดุลการค้า 8.05 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ย. นอกจากนี้ สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนพุ่งขึ้น 15% สู่ระดับ 3.65 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนในคืนวันศุกร์นี้ตลาดจับตารายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค.อย่างใกล้ชิด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศในวันพุธ (3/11) นายสนั่น อังอุบลกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี’64 ดีขึ้นมาอยู่ในกรอบ 0.5-1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 0.0-1.0% เนื่้องจากนโยบายเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. 2564 และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและประชาชน

ส่วนการส่งออก ยังคงคาดว่ามีแนวโน้มจะขยายตัวราว 12-14% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 1.0-1.2% ซึ่งมองว่าตัวเลขนี้อยู่ในเงื่อนไขที่ไม่มีการระบายซ้ำเพิ่มเติมของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.00-33.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 33.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (1/11) ที่ระดับ 1.1558/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (29/10) ที่ระดับ 1.1652/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าหลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำหรับตัวเลขเงินเฟ้อในแถบยูโรโซนนั้น สำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) เปิดเผย อัตราเงินเฟ้อของประเทศในยูโรโซนเดือน ต.ค.ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยอัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 19 ประเทศปรับตัวขึ้นแตะ 4.1% ในเดือน ต.ค.จากระดับ 3.4% ในเดือน ก.ย. และมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 3.7%

ทั้งนี้ ในวันพุธ (3/11) นายคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า ECB ไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยกล่าวว่า “แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นในขณะนี้ แต่มีแนวโน้มปรับตัวลงในระยะกลาง ทำให้ ECB ยังไม่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า” โดย ECB คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายของ ECB ที่ระดับ 2% ในปีหน้า จากระดับสูงกว่า 4% ในขณะนี้

นอกจากนี้ นางลาการ์ดยังกล่าวว่า ECB จะยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรเพื่อให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลง โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1585-1.1690 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 1.1557/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (1/11) ที่ระดับ 114.14/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (29/10) ที่ระดับ 113.72/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปี อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเยว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคญี่ปุ่นประจำเดือน ต.ค.ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศลดลงมาก จนส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกภาวะฉุกเฉินในทุกพื้นที่ โดยดัชนีความเชื่อมั่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4 จุดจากเดือน ก.ย. มาอยู่ที่ 39.2 จุดในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการระบาดโรคโควิด-19

นอกจากนี้ผลการเลือกตั้งที่พรรคแอลดีพีคว้าชัยชนะตามความคาดหมาย และได้ครองที่นั่งข้างมากในสภา ซึ่งจะทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสภาอย่างราบรื่น หลังจากก่อนเลือกตั้ง นายฟูมิโอะ คิชิเดะ ให้ได้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มงบประมาณนับล้านล้านเยนเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

นอกจากนี้ในวันพฤหัสบดี (4/11) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่าบีโอเจ ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ หลังเฟดประกาศตัดสินใจที่จะเริ่มปรับลดวงเงิน QE เมื่อคืนวันพุธ โดยระบุว่าจะผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.30-114.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (5/11) ที่ระดับ 113.77/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ