เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
Finance ROH ไม่ถอย! ยืนกรานสิทธิซื้อคืน “รอยัล ออคิดฯ” สู้คดีถึงที่สุด แม้ GROREIT โหวตขาย
กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
Economic กบน. เคาะลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน 70 สต. ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 69
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
“พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
News “พิพัฒน์” แจ้งข่าวดี 25 ธ.ค. M6 วิ่งฟรีตลอดสาย เร่งเปิดด่วนพระราม 3 บางช่วง แก้คอขวด M82
ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
Finance ลุ้นชี้ชะตาหุ้นกู้ GRAND พรุ่งนี้ โหวตยกเว้นผิดนัดจ่ายดอกเบี้ย-ปลดล็อกเงื่อนไขการเงิน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
World ‘ทรัมป์’ ยังไม่โจมตีอิหร่าน หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
Finance ตลท.ยกเครื่องหุ้นเทคไทย แบ่งใหม่ 4 หมวดธุรกิจ รองรับ AI-แพลตฟอร์มดิจิทัล
ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Biz Movement ควบคุมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ‘ยารักษาโรค’ หรือเพียงบรรเทาอาการ ?
Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
Finance Easy Money โต 20% “อาชีพอิสระ” แห่จำนำทรัพย์พุ่ง
ดูทั้งหมด

4 เสาหลักฟื้นอสังหาริมทรัพย์ปี 2565 รัฐบาล-ธปท.-ดีเวลอปเปอร์-สถาบันการเงิน

15 พ.ย. 2564 | 11:15น.

สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจัด dinner meeting ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 สาเหตุจากสถานการณ์โควิดทำให้ต้องดีเลย์การประชุมใหญ่จากเดือนเมษายนมาเป็นช่วงปลายปีแทน วาระสำคัญมีการโหวตเลือกนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรคนใหม่ โดยสมาชิกและกรรมการตัวแทนสมาคมมีมติเอกฉันท์ต่ออายุ “วสันต์ เคียงศิริ” นั่งนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรต่ออีก 1 วาระ ในปี 2564-2566

ไฮไลต์การจัดงานมีวิทยากรรับเชิญระดับประเทศ “ดร.ดอน นาครทรรพ” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับเชิญมาบรรยายหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2564/2565 และการผ่อนคลายมาตรการ LTV 100% ของธนาคารแห่งประเทศไทย” มีสาระสำคัญดังนี้

4 ประเด็นสำคัญเศรษฐกิจไทย

“ดร.ดอน” ประเดิมการเสวนาด้วยการนำเสนอประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจไทยมี 4 เรื่องด้วยกัน 1.จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันเดียวกัน แบงก์ชาติเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/64 2.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มั่นคงนัก ความไม่แน่นอนมีสูงพอสมควร

3.อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงาน น้ำมัน พืชผักผลไม้ แต่แบงก์ชาติเชื่อว่าเป็นการเร่งตัวชั่วคราว สุดท้ายอัตราเงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ความจำเป็นขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่มี ดังนั้น คาดว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำจะคงอยู่ไปถึงสิ้นปี 2565

และ 4.ปี 2565 เศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ระดับยุคก่อนโควิดในปี 2562 ซึ่งสถานการณ์โควิดปี 2563-2564-2565 ถือว่าเป็นปีที่ยากลำบากของประเทศไทยที่กินเวลายาวนานกว่าประเทศอื่นในโลก

ปี 2565 ศก.ค่อนข้างเปราะบาง

สำหรับประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจในปี 2565 แนวโน้มค่อนข้างเปราะบางเนื่องจากสถานการณ์โควิดกระทบ “ตลาดแรงงาน” ค่อนข้างรุนแรงเพราะเจอการระบาดคลัสเตอร์โควิดระลอกแล้วระลอกเล่า ภาพรวมปัญหายังทรงตัวในระดับสูง สรุปว่าตลาดแรงงานยังได้รับแรงกดดัน แต่ทิศทางน่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ต้องใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่ง

ปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยมาจากคนไม่มีงาน-แต่ต้องการเงิน วิธีการคือกู้ยืมเข้ามา โดยจุดโฟกัสลูกจ้างรายได้บริการกระทบเยอะมากในวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้

แบงก์ชาติชอบอธิบายว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นแบบ K-shape ขาหนึ่งไปได้ดี อีกขาไปได้ไม่ดี ในแง่ธุรกิจเห็นชัด คือ ภาคอุตสาหกรรมกับการส่งออกฟื้นตัวได้ดี ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในหมวด “บริการอื่น ๆ” อยู่ในเชป K ขาล่าง ซึ่งแนวโน้มด้อยกว่า”

อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาฯที่มีคำนิยามอยู่ใน “K-shape ขาล่าง” นั้นเป็นการมองภาพรวม เพราะปกติถึงแม้จะอยู่เทรนด์ขาล่าง แต่ก็ยังแยกย่อยได้ คือ มีทั้งผู้ประกอบการที่ไปได้ดี-ไปได้ไม่ดีนัก คละเคล้ากันไป

ดึงต่างชาติ-ตัวแปรจีดีพี

เนื่องจากยังอบอวลไปด้วยสถานการณ์โควิด ดังนั้น การประเมินทิศทางเศรษฐกิจปีหน้าจึงต้องให้น้ำหนักกับ “ความไม่แน่นอน” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมาจาก 3 เรื่อง คือ 1.การควบคุมโควิดในประเทศ 2.มาตรการภาครัฐ 3.ภาคต่างประเทศ

ณ ปลายปี 2564 ประเด็นโรคระบาดมีปัจจัยวัคซีนเข้ามาเป็นตัวช่วย ทำให้ความวิตกกังวลซึ่งเคยพีกเมื่อกลางปี 2564 เพราะขาดแคลนวัคซีนได้มีการคลายตัวลงไปเยอะ ขณะที่ตัวแปรภาครัฐที่มีการออกหลายแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้

ดังนั้น มุมมองแบงก์ชาติมองได้ว่าปี 2565 มาตรการรัฐอาจแผ่วลงก็ได้ (ขึ้นกับรัฐบาลจะให้แผ่วหรือไม่แผ่ว)

ส่วนภาคต่างประเทศ แปลตรงตัวคือ กำลังซื้อนักท่องเที่ยวต่างชาติ รัฐบาลตั้งเป้าปีหน้ามี 10 ล้านคน แบงก์ชาติมองต่างที่ตัวเลข 6 ล้านคน หลักเพราะยุคโรคระบาดการเดินทางข้ามประเทศไม่ใช่ทำได้ทันทีต้องมีการจองล่วงหน้า

“เดินทางเข้าไทยต้องลงทะเบียนผ่านแอป Thailand Pass ซึ่งสื่อต่างประเทศอย่างไฟแนนเชียลไทม์ลงข่าวแล้วว่าอยากมาเที่ยวในไทยต้องเอาชนะแอปนี้ให้ได้ซะก่อน…”

ขณะที่ภาคส่งออกยังเต็มไปด้วยปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์, ชิปเซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน, ค่าเงินบาทซึ่งตอนนี้บาทแข็ง 6-7% แต่แบงก์ชาติมองว่าแค่ชั่วคราวต้องติดตามต่อไปโดยประเมินจีดีพีโดยรวม คาดว่าจบปี 2564 โต 0.7% และปี 2565 อยู่ที่ 3.9%

ตัวแปรคือนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเกิน 6-7 ล้านคน จะเป็นโอกาสผลักดันจีดีพีขึ้นเกิน 4% ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงคือการระบาดระลอกใหม่

เป้าเงินเฟ้อไทย-ต่ำกว่ากรอบ

ดร.ดอนอธิบายถึง “Stagflation-ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่-เงินเฟ้อสูง” ด้วยว่า เป้าเงินเฟ้อไทยยังต่ำกว่ากรอบ ซึ่งประมาณการปี 2564 กรอบเป้าหมาย 1.0% ปี 2565 อยู่ที่ 1.4%

“เงินเฟ้อไทยต่ำที่สุดเท่ากับอินโดนีเซีย ไม่ต้องกังวลมาก โอกาสที่จะไปสูงก็น้อยเพราะเศรษฐกิจยังตกต่ำอยู่ ผู้ประกอบการจะขึ้นราคาต้องคิดหน้าคิดหลังเพราะกำลังซื้อยังอ่อนแอ โดยค่ากลางเป้าเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ปัญหาไทยคือเงินเฟ้อต่ำ ไม่ใช่เงินเฟ้อสูง”

และสรุปด้วยว่าประเด็นชี้เป็นชี้ตายเศรษฐกิจไทยปีหน้า คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาหรือไม่กลับมา

ความสัมพันธ์ 4 เส้ารัฐ-เอกชน

สิ่งหนึ่งที่แบงก์ชาติทำ คือ “ลดดอกเบี้ยนโยบาย” และให้มองหามาตรการกระตุ้นอื่นที่ทำได้ ไม่ใช่กระตุ้นในวงกว้าง แต่โฟกัสเฉพาะจุด มองไปมองมาก็คือ ภาคอสังหาฯ เพราะมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเยอะ

และมีเครื่องมือที่แบงก์ชาติสามารถทำได้ผ่านมาตรการ LTV โดยขมวดปมด้วยว่า นอกจาก LTV 100% ที่ผ่อนคลายให้ถึงสิ้นปี 2565 มองว่าน่าจะมีอะไรที่กระตุ้นได้มากกว่านี้

ปัจจัยคือ ต้องคุยกับ 4 ปาร์ตี้หลักที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย “แบงก์ชาติ-รัฐบาล-ดีเวลอปเปอร์-สถาบันการเงิน”

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ต้องเข้าใจตรงกันด้วยว่าแบงก์ชาติผ่อนปรน LTV 100% ทางแบงก์เอกชนจะให้สินเชื่อเต็มที่หรือไม่เต็มที่เขามีสิทธิในการพิจารณาสินเชื่อ โดยสามารถปล่อยกู้ได้สูงสุด 100%

ส่วนจะให้เท่าไหร่เขามีอิสระในการปล่อยกู้ เพียงแต่จะอ้างไม่ได้ว่าแบงก์ชาติบังคับให้สินเชื่อแค่ 80% (LTV 80%) โดยแบงก์ชาติก็ไม่สามารถไปบังคับให้แบงก์เอกชนปล่อยกู้ 100% ทุกราย ขึ้นกับเครดิตผู้กู้ด้วย

“ในที่ประชุม LTV มีกรรมการจากภายนอกถามเรื่องไม่ห่วงปัญหาเก็งกำไรแล้วเหรอ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ (ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ) เรียนกรรมการว่าไม่ต้องกังวลมากว่าจะเกิดการเก็งกำไร สิ่งที่ ธปท.กลัวมากกว่าคือออกมาตรการไปแล้วจะแป้ก…”

บรรทัดสุดท้าย ในภาวะที่เศรษฐกิจต้องการแรงส่ง อะไรที่แบงก์ชาติทำได้ คำนวณต้นทุนแล้วคุ้มจะทำ แบงก์ชาติก็พยายามผลักดัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อสังหาริมทรัพย์ แบงก์ชาติ