คลังเหลือเพดานก่อหนี้ มาตรา 28 ไม่ถึง 2 หมื่นล้าน “สันติ” ยันไม่เคยถังแตก
รมช.คลังยันไม่เคยถังแตก กำชับหน่วยงานเร่งปิดโครงการที่อนุมัติไปแล้วมีวงเงินคงเหลือ พร้อมรายงาน ครม. มาตรา 28 เหลือช่องกู้เงินเพียง 29.40% ไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยังประสบปัญหาเรื่องการจัดหางบประมาณ ไม่สามารถนำเงินมาจ่ายชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้ข้าวเปลือกให้กับชาวนาได้ และได้มีการติดค้างกับชาวนามาแล้ว 4 งวดตั้งแต่งวดที่ 3-6 นั้น ว่า
คลังมีหน้าที่จัดหางบประมาณให้ตามคำขออยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร หากใครมีโครงการขอมาก็พร้อมจัดหางบฯให้ เพราะคลังมีหน้าที่จัดเก็บภาษี หารายได้ให้อยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีเงินเหลืออยู่เยอะแยะ คลังไม่เคยถังแตกอย่างที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างติดตามการใช้จ่ายโครงการ ที่ได้รับใช้เงินตามระเบียบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 ไปแล้วอยู่ ซึ่งกำชับให้หน่วยงานเร่งปิดโครงการที่ยังมีวงเงินเหลือ และรายงานตัวเลขการใช้จ่ายกลับมา เพื่อดูว่าจะมีเงินคงเหลือแท้จริงเท่าไร เพื่อจัดนำมาจัดสรรให้กับโครงการที่รอใช้เงินอยู่
แหล่งข่าวการกระทรวงการคลังกล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติโครงการสร้างงานสร้างอาชีพของธนาคารออมสิน โดยรัฐจะชดเชยกรณีเป็น NPL 30% ของวงเงินที่ปล่อยกู้ หรือ 1,500 ล้านบาท โดยเข้าข่ายการใช้งบประมาณตามมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณนอกเหนืองบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ได้มีการอนุมัติไว้แล้ว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้รายงานภาระที่รัฐบาลต้องรับชดเชยตามมาตรา 28 ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2564 มียอดคงค้างจำนวน 895,443 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28.89% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565
ดังนั้น เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรการและธนาคารออมสินได้รับชดเชยจากรัฐบาล 1,500 ล้านบาท จะทำให้ภาระที่รัฐบาลที่ต้องรับชดเชยคงค้างเพิ่มขึ้นเป็น 911,263 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29.40% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 ซึ่งใกล้เต็มกรอบวินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา 28 ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ 930,000 ล้านบาท ซึ่งเหลือช่องว่างให้ก่อหนี้ได้เพียง 0.6% หรือไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท