เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
ดูทั้งหมด

ผวา โอไมครอน เอฟเฟ็กต์ ธุรกิจหวั่นรัฐสั่งล็อกดาวน์

01 ธ.ค. 2564 | 08:50น.
โอไมครอน

ภาคธุรกิจจับตา “โอไมครอน” รัฐบาลขอ 2 สัปดาห์ทบทวนมาตรการเปิดประเทศ พบคนไทยติดเชื้อจ่อล็อกดาวน์ทันที สั่งเช็กยิบระดับความรุนแรง-กระจายเชื้อเทียบ “เดลต้า” กกร.-กนง.เตรียมประชุมประเมินตัวเลขเศรษฐกิจรอบใหม่ แบงก์-สื่อสาร-ร้านอาหาร-ส่งออก เกาะติดสถานการณ์ ประสานเสียงขออย่ากลับมาปิดเมืองอีก ด้านไซต์ก่อสร้างตั้งการ์ดสูง คุมเข้ม

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน (Omicron)” เริ่มจาก 8 ประเทศในทวีปแอฟริกา และแพร่ระบาดเข้าไปในยุโรป ออสเตรเลีย สิงคโปร์ สร้างความกังวลทุกภาคส่วน

ล่าสุดในการประชุม ครม.วันที่ 30 พ.ย. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กรณีโอไมครอน ทางกระทรวงสาธารณสุขจะประเมินมาตรการเปิดประเทศอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้

ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขและรักษาการ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ครม.ได้มีมติให้ “ยกเลิก” มติ ศบค.ที่กำหนดให้ยกเลิกการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2564 และให้กลับมาตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ตามเดิม และให้รอจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเพราะ “ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ 100% เพียงแต่มีความกังวล”

ส่วนการเปิดสถานบันเทิงที่จะเลื่อนเปิดเป็นวันที่ 16 ม.ค. 2565 นั้น ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น และปฏิบัติตามมาตรการ DMHHTA เป็นหลัก

“นายกฯได้สั่งการให้ตรวจเชื้อโอไมครอนเข้มข้นมากขึ้นทุกช่องทางแต่สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดก็คือ การเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ”

เมื่อถามว่า หากมีผู้ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศไทย จะต้องล็อกดาวน์หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า “เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี เมื่อเจอเชื้อต้องรายงานทันที เป็นมาตรการของนายกฯต้องเร็วที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจเลย”

กกร.ทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจใหม่

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะมีการประชุม ทบทวนตัวเลขทางเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องรอประเมินสถานการณ์“โอไมครอน” ซึ่งผลการศึกษายังไม่ได้ออกมาชัดเจน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” มาก อยากให้รัฐบาลให้ข้อมูลที่ชัดเจน เท่าที่ทราบระบุว่ามีการแพร่กระจายง่าย แต่ความรุนแรงน้อย อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์ในขณะนี้ เพราะที่ผ่านมาทุกฝ่ายต่างวางมาตรการลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะบับเบิลแอนด์ซีล

ส่วน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า ยังรอความชัดเจนเรื่องความรุนแรงของสายพันธุ์โอไมครอนอยู่ คาดว่า 5-10 วัน ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทย-แอฟริกานั้น “ไม่น่าแตกต่างไปจากเดิม” เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่สะดวกเท่าไรนัก ไทยอาจขาดโอกาสที่นักธุรกิจชาวแอฟริกันจะเข้ามาสั่งซื้อสินค้าในประเทศเท่านั้น

กรรมการนโยบายการเงินประเมินใหม่

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกระทบโอไมครอนยังเห็นไม่ชัดเจน และ WHO ก็ยังต้องการเวลาในแง่ผลกระทบว่ามีความรุนแรงมากน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้าอย่างไร คาดว่าจะมีการประเมินเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน

“เศรษฐกิจปี 2564 จะขยายตัวได้ 0.7% หรือมากกว่าเล็กน้อย โดยโอไมครอนเริ่มรู้สึกถึงผลต่อเศรษฐกิจได้ในปี 2565”

ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงรายงานการประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2564 ว่า จะขยายตัว 1.5% และปี 2565 จะขยายตัว 4.2% ภายใต้สมมุติฐานกรณี base case การเปิดเมืองไม่ได้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นนับจากปลายไตรมาส 2/2565

แบงก์เกาะติดใกล้ชิด

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารยังไม่ได้ปรับแผน แต่ธนาคารได้มีการศึกษาและติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถรู้สถานการณ์ได้ทันท่วงที

ประกันหวั่นรับมือไม่ไหว

ด้าน นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า แผนเตรียมรับมือการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนสำหรับภาคธุรกิจประกันวินาศภัย “คงเป็นไปได้ยาก” โดยเฉพาะบริษัทที่ขายประกันภัยโควิดแบบ “เจอจ่ายจบ”

เพราะถ้ายอดผู้ติดเชื้อมากก็จะกระทบความเสี่ยงที่สูงมากขึ้น กล่าวคือโอกาสการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นกว่าโควิดสายพันธุ์เดลต้า และติดเชื้อง่ายกว่า แม้ความรุนแรงอาจจะยังไม่ชัดเจน ฉะนั้นจะเป็นผลต่อกรมธรรม์ประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบโดยตรง ซึ่งจะยิ่งอันตรายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

บริษัทที่ขายประกันภัยโควิดแบบเจอจ่ายจบไม่น่าจะรอด เพราะจะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ประเด็นที่น่าห่วงคือ ถ้าปกติจะมีคนติดเชื้อวันละ 20,000 ราย (ช่วงพีก) แต่การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนอาจจะทำให้มีผู้ติดเชื้อพุ่งแตะวันละ 40,000-50,000 รายก็ได้

ธุรกิจสื่อสารยังไม่กระทบ

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน “อาจจะไม่กระทบจนทำให้รัฐบาลต้องประกาศปิดประเทศ”

เพราะปัจจุบันการบริหารจัดการ แผนการฉีดวัคซีน และมาตรการด้านสาธารณสุขของไทย ยังอยู่ในระดับที่เข้มข้น ประกอบกับเทคโนโลยีด้านการรักษา การผลิตยาของทั่วโลกทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ที่ผ่านมาหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมาแล้ว ดังนั้นแนวทางการรับมือกับสายพันธุ์ใหม่นี้ก็น่าจะทำได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเกิดสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือ “ต้องประกาศปิดประเทศ” ก็เชื่อว่าจะเป็นแค่ระยะสั้น ๆ ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจช้า แต่ไม่ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจชะงักเหมือนการระบาดรอบก่อน ๆ ขณะเดียวกันในส่วนธุรกิจสื่อสารเบื้องต้นจะไม่ได้รับผลกระทบ

เนื่องจากการเปิดประเทศก็เพิ่งเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงยังไม่มีการนำตัวเลขจากนักท่องเที่ยวเข้ามารวมในผลประกอบการปีนี้ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในเดือนธันวาคมก็มีไม่มาก

เซ็นกรุ๊ปกลัวเหมือนเดลต้า

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ของโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่เริ่มแพร่การระบาดในแอฟริกา-ยุโรป และตอนนี้ยอมรับว่า มีผลในแง่จิตวิทยาของความรู้สึกผู้คนเริ่มกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ขณะที่ประเทศไทยเองก็เพิ่งเปิดเมือง-เปิดธุรกิจมาได้ 2-3 เดือน หากสายพันธุ์โอไมครอนเข้ามาแล้วเกิดกรณีเหมือนกับสายพันธุ์เดลต้าที่ติดง่ายและมีความรุนแรงถึงการเสียชีวิต ดังนั้นจึงมองว่า ผลกระทบดังกล่าวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ยังมีความมั่นใจว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่ติดตามและควบคุมโรคระบาดรวมไปถึงอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น

ส่วน “เซ็น คอร์ปอเรชั่น” ได้เตรียมแผนรับมือมาต่อเนื่อง โดยโครงสร้างกลุ่มเซ็นฯวันนี้ “เราปรับตัวมาตลอด” แต่ยังไม่สามารถรับมือได้เต็มรูปแบบ ถ้าเกิดการล็อกดาวน์ปิดศูนย์การค้าเหมือนที่ผ่านมายอมรับว่า ได้รับผลกระทบ

เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านอาหารประเภทนั่งทานมีราว ๆ 70% แม้อีก 30% จะปรับตัวมาทำออมนิแชนเนล ดีลิเวอรี่ อีคอมเมิร์ซ และธุรกิจรีเทล แต่รายได้ที่มาจากธุรกิจกลุ่มนี้ไม่สามารถชดเชยรายได้ให้กับร้านอาหารที่อยู่ในศูนย์ได้ จึงต้องเตรียมบริหารความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด

หากเกิดกรณีล็อกดาวน์ ต้องเปลี่ยนโหมดบริหารเป็น positive อาศัยการควบคุมค่าใช้จ่าย บริหารจัดการต้นทุนต่าง ๆ ให้นิ่ง เพื่อประคองธุรกิจในช่วงวิกฤตให้อยู่รอดไปได้

ไซต์ก่อสร้างตั้งการ์ดสูง

ด้านการก่อสร้างโครงการอาคารชุดต่าง ๆ ที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมากนั้น นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไซต์ก่อสร้างของพรีบิลท์ยังคงดำเนินการตามมาตรการ bubble and seal พร้อมกับตรวจ ATK ทุกสัปดาห์สำหรับคนงานใหม่

ส่วนคนงานที่ทำงานมาสักพักความถี่ในการตรวจทุก 2 สัปดาห์ การรับคนงานใหม่มีการตรวจหาเชื้อโควิดและกักตัว 14 วันก่อนเริ่มงาน วิธีการจัดการแบบนี้ทำทั้งคนงานของพรีบิลท์และคนงานของซับคอนแทร็กเตอร์ มีต้นทุนตรวจคัดกรองโควิดประมาณ 1 ล้านบาท/เดือน แต่ไม่ถึง 1% ของต้นทุนทั้งหมด ดังนั้นบริษัทยังรับภาระได้ดีกว่ามีการพบคลัสเตอร์โควิดในแคมป์ก่อสร้าง

ส่วน ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทยและประธานกรรมการ บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไซต์ก่อสร้างของรีชี่เพลซฯปฏิบัติตามมาตรการ bubble and seal มีการตรวจ ATK ทุก 2 สัปดาห์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด

ส่วนโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่หลายคนเป็นกังวลว่า จะทำให้เกิดคลัสเตอร์ไซต์ก่อสร้างนั้น มองว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้ถ้าติดคนไทยน่าจะมาจากการเดินทางเข้ามาในประเทศมากกว่า คงไม่ได้มาจากคนพื้นถิ่น เช่น คนงานกัมพูชาหรือคนงานพม่าและคนงานก่อสร้างกับคนแอฟริกาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันด้วย

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า หากมีสถานการณ์โควิดโอไมครอนระลอกใหม่ในประเทศเข้ามาอีก จะส่งผลกระทบให้การลงทุนหยุดชะงัก คาดว่าต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปียอดผู้ติดเชื้อจึงจะลดลง ส่วนการรับมือโอไมครอนของภาคอสังหาฯ หากมีการแพร่ระบาดในแคมป์ก่อสร้าง อยากให้ภาครัฐโฟกัสการควบคุมเป็นจุด ๆ ไป อย่าสั่งปิดหรือล็อกดาวน์ทั้งหมดในภาพรวม เพราะจะทำให้ได้รับผลกระทบและมีความเสียหายเป็นวงกว้าง

หวังรัฐเปิดเมืองรับลงทุน

ด้านบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก มีรายงานข่าวเข้ามาว่า บริษัทยังคงดำเนินการผลิตตามปกติ ยังไม่ได้เสริมมาตรการพิเศษมาเพื่อรองรับ แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการคัดกรองและป้องกันภายในโรงงานอย่างเข้มงวด

ส่วนของค่ายรถยนต์ที่เตรียมรับมือกับการระบาดของโอไมครอนนั้น ปรากฏทั้งค่ายมาสด้าและค่ายซูซูกิมอเตอร์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมให้พนักงานฉีดวัคซีนเข็ม 3 ทุกคน แต่ในส่วนของบริษัทแม่ของทั้ง 2 ค่าย “ยังไม่มีนโยบายออกมาชัดเจน”

ยอมถอยเพื่อประเมินสถานการณ์

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในหลาย ๆ ประเทศได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยไปแล้ว “ไม่มีใครกล้าเสี่ยง” ทุกประเทศออกมาประกาศห้ามนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศในแอฟริกาเข้าประเทศ

“เข้าใจว่า การทบทวนมาตรการของ ศบค.ที่จะให้ยกเลิกการตรวจ RT-PCR แล้วให้ใช้การตรวจ ATK แทนสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม test & go (กักตัว 1 คืน) เมื่อ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยยังคงใช้การตรวจแบบ RT-PCR ต่อไปนั้น อาจส่งผลกระทบบ้าง การกลับไปใช้ RT-PCR จึงเป็นแนวทางที่จะทำให้คนไทยปลอดภัย และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาปลอดภัยด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์สัก 14 วันเช่นกัน” นายศิริปกรณ์กล่าว

เช่นเดียวกับนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางที่ประเทศยังคงมาตรการการตรวจ RT-PCR เหมือนเดิมไว้ ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนควรต้องประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงของสายพันธุ์โอไมครอนสักประมาณ 15-21 วัน หากไม่รุนแรงก็อยากเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการตรวจ RT-PCR และใช้ ATK ตามมติเดิมของ ศบค.เหมือนเดิม

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ประเด็นปัญหาของรัฐบาลก็คือ ความไม่ชัดเจนของมาตรการและมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการแบบรายสัปดาห์ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความสับสนในมาตรการการเข้าเมืองของประเทศไทย กระทั่งกลายเป็นอุปสรรคของการเข้าเมือง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาหลักอย่างระบบ Thailand Pass ไม่มีระบบการตรวจสอบการฉีดวัคซีนและระบบตรวจสอบใบรับรองการตรวจโควิด รวมถึงระบบการติดตามตัวนักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอน