“ดิอาจิโอฯ” คว้ารางวัล บริษัทน่าทำงานที่สุดในเอเชีย
ไม่นานผ่านมา บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DMHT ผู้นำด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าระดับพรีเมี่ยม เป็น 1 ใน 52 บริษัทได้รับรางวัล Best Companies to Work in Asia 2021 หรือบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย 2021 จาก HR Asia โดย DMHT
โดยมีคะแนนผลสำรวจในระดับสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยมาตรฐานจากบริษัทที่เข้าร่วมกว่า 260 บริษัท ในประเทศไทย จากการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและยอมรับความหลากหลาย การสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน การให้อิสระทางความคิด และส่งเสริมให้พนักงานรักและสนุกในงานที่ทำ
อันสะท้อนถึงปรัชญาของบริษัท “Celebrating Life Everyday Everywhere” เป็นอย่างดี
ที่สำคัญ ยังสนับสนุนการมีส่วนร่วม และยอมรับความหลากหลาย (inclusion & diversity) การสื่อสารผ่านช่องทางหลากหลายโดยปราศจากลำดับขั้นของตำแหน่ง การเปิดกว้างทางความคิด และปรัชญาการทำงานที่ยืดหยุ่น (flex philosophy) ของ DMHT อันเป็นหัวใจที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัล “บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุด” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดย HR Asia สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลในภูมิภาคเอเชีย
“รุ่งกานต์ รตนาภรณ์” ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เรามีเป้าประสงค์และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน คือการเป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นเลิศ และได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในโลก ตามแผนพัฒนาองค์กรระดับโลกที่รู้จักกันในชื่อของ Society 2030 : Spirit of Progress ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญต่อพนักงาน คู่ค้า และผู้บริโภค แต่ยังขยายไปถึงความยั่งยืนของสังคมโลกในภาพกว้าง

“ด้วยเหตุนี้ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานของเราจะเน้นหนักที่การมีส่วนร่วม และยอมรับความแตกต่าง การเปิดกว้างทางความคิด และการสื่อสารโดยปราศจากลำดับขั้นของตำแหน่ง ผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดความภาคภูมิใจในสิ่งที่เราทำ (proud of what we do) การให้อิสระในการสร้างความสำเร็จ (freedom to succeed) และการให้คุณค่าและเห็นความสำคัญของกันและกัน (valuing each other) นอกจากนี้ DMHT ยังเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง”
“โดยเชื่อว่าสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับการเติมเต็มในปัจจัยหลักต่าง ๆ คือ มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง (physical & mental), มีความมั่นคงทางการเงิน (financial) และมีความเชื่อมโยงทางสังคม (social) ทั้งนั้นเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในใจของผู้สมัครงาน และสร้างความผูกพันของพนักงานปัจจุบันต่อองค์กร”
“นอกจากนั้น เรายังส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพของพนักงาน ตัวอย่าง เช่น flex philosophy ที่เราเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกทำงานได้จากสถานที่และเวลาใดก็ได้”
“โดยมองที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานเป็นหลัก เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และสถานการณ์ในครอบครัวที่แตกต่างกันไป การให้พนักงานลาคลอดและเลี้ยงดูบุตรได้ถึง 26 สัปดาห์ ด้วยค่าจ้างเต็มจำนวน (โดยไม่จำกัดบทบาทและเพศ) การสนับสนุนให้พนักงานสื่อสารความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในด้านต่าง ๆ ต่อผู้บริหารระดับสูง ผ่านทีม Great Place to Work ซึ่งเป็นอาสาสมัครตัวแทนจากทุกแผนกที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับพนักงานอีกด้วย”
“รุ่งกานต์” กล่าวต่อว่า ทั้งนั้น เพราะเราเชื่อว่าเมื่อพนักงานมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสบายใจจากสิ่งแวดล้อมที่เปิดกว้างทางความคิด และให้โอกาสที่จะสร้างความสำเร็จในแบบของตัวเอง พนักงานจะมีพลังและความกระตือรือร้นในการริเริ่มสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์คู่ค้า ผู้บริโภค และสังคมของเรา
“โดยเฉพาะด้านการสนับสนุนความมีส่วนร่วมของพนักงาน และมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแรงของวัฒนธรรมองค์กรของเราที่เปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่างและให้อิสระแก่พนักงานได้ทดลองสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ เพื่อให้พวกเขาได้เติบโต มีส่วนร่วม และมีพลังในการทำงานอย่างต่อเนื่อง”