เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ จับตา 9 ก.พ. ประชุมกนง.

06 ก.พ. 2565 | 07:02น.
เงินบาท

เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้นไทยดีดตัวขึ้นแต่ปริมาณซื้อขายเบาบาง จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ทั้งผลประชุมกนง.(9 ก.พ.) ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการไตรมาส 4/64 ของบจ.ไทย

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่ากว่าระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ อีกครั้ง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายเพื่อทำกำไร หลังจากที่ตลาดปรับตัวรับรู้ความเป็นไปได้ที่เฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้

นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอในเดือนม.ค. (อาทิ การปรับตัวลงของการจ้างงานภาคเอกชน และการชะลอตัวของ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ) ตลอดจนสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOE และท่าทีที่มีความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของ ECB

ในวันศุกร์ (4 ก.พ.) เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.96 เทียบกับระดับ 33.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 ม.ค.)

ค่าเงินบาท-6feb

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.70-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. (9 ก.พ.) ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อจากมุมผู้บริโภคเดือนก.พ. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคบริการและข้อมูลยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนเดือนม.ค. ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,674.22 จุด เพิ่มขึ้น 2.12% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,938.28 ล้านบาท ลดลง 21.26% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 4.91% มาปิดที่ 650.01 จุด

หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตลอดสัปดาห์ หลังตอบรับปัจจัยลบจากความกังวลต่อการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดไปพอสมควรก่อนหน้านี้ โดยมีแรงหนุนหลักๆ จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว (โครงการ Test & Go และเราเที่ยวด้วยกัน) และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย (โครงการคนละครึ่ง)

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่ขยับขึ้นโดดเด่นในสัปดาห์นี้หลักๆ ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ ซึ่งรับแรงหนุนจากการสลับกลุ่มลงทุนในช่วงรายงานงบไตรมาส 4/64 ขณะที่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานก็ปรับตัวขึ้นมากเช่นกัน อย่างไรก็ดีมูลค่าการซื้อ-ขายในสัปดาห์นี้ค่อนข้างเบาบาง สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียหลายประเทศที่ปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,650 และ 1,630 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,685 และ 1,700 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (9 ก.พ.) สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงผลประกอบการไตรมาส 4/64 ของบจ.ไทย

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลนำเข้า/ส่งออกเดือนธ.ค. 64 ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. 65 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูล PMI ภาคบริการเดือนม.ค. ของจีน และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น