บาทแข็งค่าสวนทางภูมิภาค จับตาเงินทุนเคลื่อนย้าย
เงินบาทแข็งค่าสวนทางภูมิภาค จับตาเงินทุนเคลื่อนย้าย นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดยูเครน-รัสเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่ารัสเซียอาจโจมตียูเครนได้ทุกเมื่อ ส่วนค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และปิดตลาดที่ระดับ 32.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 32.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (14/2) ที่ระดับ 32.50/52 บาท
ค่าเงินบาทแข็งค่าทำระดับแข็งค่าสุดในรอบ 5 เดือน โดยในวันนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับภูมิภาค สืบเนื่องมาจาก Fund Flow ที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีแรงหนุนจากแรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ส่งออกทองคำ เนื่องจากราคาทองคำขึ้นไปแตะระดับ 1,875 เหรียญต่อทรอยออนซ์
นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากการส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น หลังมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง
สำหรับปัจจัยในต่างประเทศ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ จากการคาดการณ์การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดนักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 7 ครั้งในปีนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี รวมทั้งเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 55% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 7 ครั้งในปีนี้ โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม ทั้ง 7 ครั้งที่เหลือในปีนี้ เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 88% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือน มี.ค. รวมทั้งให้น้ำหนัก 95% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมอย่างน้อย 1.00% ภายในเดือน มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐเตือนว่ารัสเซียอาจโจมตียูเครนได้ทุกเมื่อ ซึ่งทางสหรัฐได้สั่งย้ายสถานทูตในกรุงเคียฟไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันตกของยูเครนแล้ว ส่วนการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขวิกฤตยูเครน
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 32.0-32.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (15/2) ที่ระดับ 1.1313/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (14/2) ที่ระดับ 1.1320/22 โดยค่าเงินยูโรยังคงได้รับความกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน
ทั้งนี้ในช่วงบ่าย ค่าเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นมา หลังมีข่าวว่าทหารรัสเซียที่อยู่รอบยูเครนได้เคลื่อนย้ายกลับฐานของตัวเอง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทางรัสเซียอาจจะไม่มีการโจมตียูเครนในเร็ววันนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้นักลงทุนลดความกังวลและกลับเข้าซื้อยูโรอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1308-1.1353 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1348/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 115.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (14/2) ที่ระดับ 115.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2564 ขยายตัว 5.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี และขยายตัว 1.3% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ ตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2564 ของญี่ปุ่นขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ไตรมาส ส่วนตลอดปี 2564 นั้น ตัวเลข GDP ขยายตัว 1.7% ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่ปรับตัวลง 4.5% ในปี 2563
วันนี้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงหลังความกังวลของนักลงทุนประเด็นรัสเซียและยูเครนลดลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 115.25-115.65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 115.95/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนข้อมูลเศรษฐสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค. (15/2), ยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. (16/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ม.ค. (16/2), คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุม (17/2), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (17/2), การเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ม.ค. (17/2), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ม.ค. (18/2) และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ม.ค.จาก Coference Board (18/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.6/0.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.0/-0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ