Skip to content

GC คาดปี’65 โตต่อเนื่องจากซื้อกิจการ Allnex เล็งออกหุ้นกู้ 1.7 พันล้านเหรียญ

17 ก.พ. 2565 | 17:25น.
GC คาดปี’65 โตต่อเนื่องจากซื้อกิจการ Allnex เล็งออกหุ้นกู้ 1.7 พันล้านเหรียญ

GC คาดปี 2565 โตต่อเนื่อง จากซื้อกิจการ Allnex หนุนรายได้เพิ่ม 7.4 หมื่นล้านบาท แม้ปริมาณการขายใกล้เคียงปีก่อน เล็งออกหุ้นกู้ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน มี.ค.นี้

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2565 แม้ว่าบริษัทจะมีแผนปิดซ่อมบำรุงทั้งในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานโอเลฟิน ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย แต่ขณะเดียวกันก็จะมีกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามา เช่น โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (Propylene Oxide : PO) เป็นต้น

รวมถึงรับรู้ผลกำไรจากการเข้าซื้อกิจการของ allnex ที่คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านยูโร หรือ 74,167.2 ล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 37.08 บาท ต่อ 1 ยูโร) และการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท วีนิไทย จากัด (มหาชน) หรือ VNT ซึ่งจะเข้ามาเสริมผลการดำเนินงานของบริษัท และกำลังการผลิตของบริษัทให้มีการเติบโตระยะยาว

“ผลการดำเนินงานปีนี้ หากดูจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้มาร์จินโรงกลั่นไปได้ดี ส่วนปิโตรเคมีทรงตัว จากกำลังผลิตใหม่ที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งราคาเม็ดพลาสติกดีขึ้น แต่พาราไซลีน และสายเบนซีนลดลง” นายคงกระพันกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ฯ วงเงิน 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในเดือนมี.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นหุ้นกู้ระยาว ประมาณ 10-30 ปี เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันจำนวนรวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ เพื่อชำระคืนเงินกู้ และ/หรือ หุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐที่ครบกำหนดในเดือน ก.ย. 2565 และ/หรือชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดและ/หรือ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจทั่วไปไปแล้ว ซึ่งก็ถือเป็นจังหวะที่ดี ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองหาโอกาสการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งน่าจะเห็นความคืบหน้าในเข้าซื้อกิจการออกมาต่อเนื่อง แต่คงยังไม่ใช่ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เท่ากับการเข้าซื้อกิจการของ allnex เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

สำหรับความคืบหน้าโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา นั้น บริษัทมองว่า เป็นโครงการที่ดี และน่าลงทุน เนื่องจากสหรัฐฯเป็นฐานการผลิตที่ดี ต้นทุนต่ำ มีตลาดขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ดังนั้น จำเป็นต้องมีพันธมิตรร่วมลงทุน และบริษัทอยู่ระหว่างการหาพันธมิตรที่เหมาะสม ซึ่งยังไม่มีเป้าหมายว่าจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) เมื่อไหร่ เพราะยังต้องพิจารณาหลายปัจจัยให้รอบคอบ

ส่วนความคืบหน้าโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 2 มูลค่า 1,400 ล้านบาท หลังจากที่บริษัท NatureWorks LLC ตัดสินใจลงทุนโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด (PLA) นั้น ขณะนี้เป็นไปตามแผน โดยเริ่มเข้าสู่กระบวนการออกแบบโรงงาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GC