เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
ดูทั้งหมด

“อัพบิต” เพิ่มดีกรีเกมบุก ชิงส่วนแบ่งตลาด “นักเทรดคริปโต”

20 ก.พ. 2565 | 15:08น.
พีรเดช ตันเรืองพร
สัมภาษณ์

แม้อัพบิต (Upbit) จะเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าการซื้อขายติด 1 ใน 5 ของโลก และเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ และให้บริการในหลายประเทศ ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งหากโฟกัสเฉพาะตลาดในบ้านเรา ด้วยความที่เปิดตัวช้ากว่า จึงมีส่วนแบ่งทางการตลาดตามหลังคู่แข่ง โดยเฉพาะเจ้าตลาดค่อนข้างมาก แต่เป้าหมายในปีนี้กลับไม่ธรรมดา

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “พีรเดช ตันเรืองพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขาย และนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้แบรนด์ “อัพบิต” (Upbit) หลากหลายแง่มุมทั้งที่เกี่ยวกับแผนธุรกิจของบริษัท และมุมมองเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย

Q : จุดเริ่มต้นธุรกิจ

อัพบิตเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งเมื่อปี 2560 ก่อนจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยต้นปี 2564 โดยเราเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทแม่ในเกาหลีใต้ กับกลุ่มนักลงทุนไทย (คุณชัชวาลย์ เจียรวนนท์, คุณสมโภชน์ อาหุนัย ผู้ก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรืออีเอ และคุณปรีชา ไพรภัทรกุล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOL Global Inc.)

Dunamu เป็นบริษัทแม่ที่เกาหลี มีประสบการณ์ด้านฟินเทคมาก่อน เริ่มจากบริการด้านซื้อขายหลักทรัพย์กับบุคคลทั่วไปผ่านแอปพลิเคชั่นที่ชื่อ StockPlus มีพันธมิตรเป็นธุรกิจนายหน้าและธุรกิจหลักทรัพย์ จึงนำประสบการณ์ที่ได้มาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มอัพบิตให้กลายเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นักลงทุน ทำให้หลังจากอัพบิตเปิดตัวที่เกาหลีใต้เพียง 2-3 เดือน ก็ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของแพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีในเกาหลีใต้

Q : แผนการดำเนินธุรกิจในไทย

ปีนี้เราจะมุ่งไปยังการผลักดันส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 20% ให้ได้ในสิ้นปี จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งเพียง 2-3% คิดจากมูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ห่างจากเบอร์ 1 ที่มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% ค่อนข้างมาก เพราะเราเข้าสู่ตลาดช้ากว่า

ดังนั้นในปีนี้ เป้าคือการเร่งทำการตลาด ซึ่งคงทำในหลายรูปแบบ บางส่วนจะใช้ศักยภาพของบริษัทแม่ที่เกาหลีเข้ามาต่อยอด เพราะต้องยอมรับว่าการแข่งขันในตลาดนี้แข่งกันที่การทำตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในแง่แบรนด์

อย่างล่าสุด เราเพิ่งมีกิจกรรมครบรอบ 1 ปีของ Upbit ที่ให้เทรดฟรี 0% ลูกค้าจะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในคู่อิง /BTC และ USDT ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ตลอดเดือน ก.พ.นี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มจำนวนบุคลากรจาก 30 คน เป็น 40 คน เพื่อรองรับการเติบโตด้วย

Q : เป้าในแง่รายได้

ในแง่รายได้ คาดว่าน่าจะเติบโตขึ้นกว่า 7 เท่า ตามส่วนแบ่งการตลาดที่จะเพิ่มขึ้นจากปี 2564 มีรายได้ไม่ถึง 100 ล้านบาท

แต่ทิศทางในอนาคตที่น่าจะเป็นแผนใหญ่ที่สุด คือ การรุกเข้าสู่การทำตลาด NFT (nonfungible token) เนื่องจากบริษัทแม่ที่เกาหลีใต้ได้มีการสวอปหุ้นกับเอเยนซี่ของ “บีทีเอส” บอยแบนด์ชื่อดังด้วยการลงทุนร่วมกัน

จากจุดนี้น่าจะทำให้ขยับขึ้นไปเป็น global market place ในฐานะตัวกลางซื้อขาย NFT แม้อัพบิตประเทศไทยจะไม่มีใบอนุญาต NFT market place ในไทย แต่มีในเกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ คาดว่าอาจเปิดให้บริการได้เร็ว ๆ นี้

Q : มุมมองเกี่ยวกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ต้องบอกว่าเป็นยุคของ ICO (initial coin offering) หรือการระดมเพื่อสร้างโทเค็นดิจิทัล ช่วงนั้นตลาดเติบโตสูงมาก ๆ แต่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

อัพบิตเองเข้าสู่ตลาดในไทยช้ากว่าเจ้าอื่น ๆ เนื่องจากเราตั้งบริษัทหลังพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีการประกาศใช้ ขณะที่รายอื่นยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจไปก่อนหน้านี้แล้ว อัพบิตยื่นขอไลเซนส์ปี 2562 แต่เพิ่งได้รับใบอนุญาตประมาณปลายปี 2563 และเริ่มเปิดให้บริการเป็นทางการต้นปี 2564 สอดรับการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่โตก้าวกระโดดอย่างมากในปีที่ผ่านมา

จำนวนการเปิดพอร์ตการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยทะลุจากหลักแสนเป็นหลักล้านภายในเวลาอันรวดเร็ว

ส่วนหนึ่งเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น เมื่ออยู่บ้านมากขึ้น ก็มีเวลาศึกษาเรื่องการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในไทยก็อยู่ในช่วงกำลังเติบโต แม้กระแสจะดี มีคนเปิดพอร์ตเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ดังนั้นจึงยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก

Q : จุดขายของอัพบิตต่างจากคู่แข่งอย่างไร

สิ่งที่อัพบิตพยายามทำ คือ การสร้างบริการที่แตกต่างจากคู่แข่งขัน และมีบริการที่คู่แข่งไม่สามารถทำได้ ผู้เล่นแต่ละรายก็มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มเป้าหมายของอัพบิต คือ นักเทรดคริปโตเคอร์เรนซี ดังนั้น บริการและฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ออกมาก็จะตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ ที่เป็นนักเทรดจริง ๆ

อัพบิตเป็นผู้เล่นเจ้าเดียวที่มีระบบ Upbit Digital Asset Index หรือ UBCI เสมือน SET Index หรือดัชนีตลาดหุ้นไทย และมีฟีเจอร์ Stop Loss หรือคำสั่งขายสินทรัพย์เมื่อถึงราคาหรือเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อป้องกันการขาดทุนจากการเทรด เป็นฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคค่อนข้างมาก ซึ่งเฉพาะนักเทรดตัวจริงเท่านั้นที่มองฟีเจอร์เหล่านี้ว่าเป็นสิ่งจำเป็น ถ้ามือใหม่อาจไม่ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์เหล่านี้

ปัจจุบันเรามีเหรียญมากกว่า 92 เหรียญ พร้อมคู่เทรดกว่า 114 คู่ จากที่เริ่มแรกมีให้เทรด 5 เหรียญ ก็มีการคัดเลือกเหรียญคุณภาพเพิ่มเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งเป็น exchange ที่มีเหรียญให้เทรดมากที่สุดในประเทศไทย

ในแง่แบรนดิ้ง ด้วยความที่เราเข้าสู่ตลาดไทยช้ากว่ารายอื่น การสื่อสารเพื่อบอกว่าธุรกิจนี้คืออะไรเราไม่จำเป็นต้องทำมาก เพราะคนรู้จักแล้วว่าคริปโตเคอร์เรนซีคืออะไร แต่การมาทีหลังมีข้อเสีย คือ คู่แข่งที่ได้ใบอนุญาตไปก่อนรุกตลาดอย่างหนัก สร้างการรับรู้ไปก่อน จึงอาจทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึง อัพบิตก่อน เมื่อจะเปิดพอร์ตหรือเข้ามาลงทุน ซึ่งปีนี้เราจะรุกทำตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์มากขึ้นเพื่อขยายฐานคนใช้งาน

ที่ผ่านมา บริษัทลงทุนค่อนข้างมาก โดยมีทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท การพัฒนาระบบต่าง ๆ ที่นำแพลตฟอร์มจากบริษัทแม่มาปรับใช้ให้เข้ามากลุ่มลูกค้าคนไทย แต่โดยรวม ๆ แล้วการลงทุนก็น้อยกว่าบริษัทอื่น ๆ