ประวิตร ไฟเขียวโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี เฟสสอง 2,902 ล้านบาท
“ประวิตร” นั่งหัวโต๊ะคณะอนุกรรมการโครงการขนาดใหญ่ ไฟเขียวโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี เฟสสอง 2,902 ล้านบาท แก้ปัญหาน้ำเน่าในคลอง กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
วันที่ 3 มีนาคม 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านระบบ VDO CONFERENCE โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบ ครม.แล้ว และมีมติให้ขอรับการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีโครงการด้านทรัพยากรน้ำจำนวน 7 โครงการ และรับทราบความก้าวหน้า การติดตามสถานภาพโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ ซึ่งมีโครงการที่ติดตามอยู่ขณะนี้ จำนวน 73 โครงการ
รวมถึงมีโครงการที่มีความพร้อม เพื่อเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และไม่ติดขัดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ อ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ่างเก็บน้ำน้ำปี้ จ.พะเยา อ่างเก็บน้ำคลองขลุง จ.จันทบุรี และอ่างเก็บน้ำลำรูใหญ่ จ.พังงา
จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 (กทม.) งบประมาณปี 66-69 ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาในวันที่ 14 มี.ค.นี้ โครงการดังกล่าว เป็นโครงการตามแผนการแก้ไขปัญหาและบำบัดน้ำเน่าเสียในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. อันเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว
ประชาชนต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำเสียไหลลงสู่คลองสายสำคัญ คือ คลองแสนแสบ สำนักการระบายน้ำของ กทม. จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเริ่มจากโครงการระยะที่ 1 ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และจะดำเนินโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อบำบัดน้ำเสียได้ 42,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองต่าง ๆ ได้แก่ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร คลองแสนแสบ คลองสามวา และคลองสองต้นนุ่นในเขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตคันนายาว และเขตสะพานสูง ครอบคลุมพื้นที่ 15.39 ตารางกิโลเมตร ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,902 ล้านบาท
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดลำดับเป้าหมายการขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ในปี 66-67 จำนวน 469 รายการ ตามการจัดทำเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2.ความสำคัญเชิงนโยบายของโครงการ 3.ความสอดคล้องแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 4.มูลค่าต่อหน่วยของโครงการ และ 5.ความสอดคล้องที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
โดยมอบให้หน่วยงานเร่งรัดการเตรียมความพร้อมโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามลำดับความสำคัญ รวมทั้งให้ สทนช. และสำนักงบประมาณ นำเป้าหมายโครงการสำคัญที่จัดลำดับความสำคัญแล้ว เป็นข้อพิจารณาในการจัดสรรงบประมาณด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบร่างคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนดังกล่าวให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง รวม 23 ท่าน จาก 15 หน่วยงาน เพื่อกำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานของโครงการภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมจนถึงขั้นตอนการก่อสร้าง
รวมทั้งพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำและเขตคลอง เสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ อีกทั้ง การเชิญผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจงหรือให้ข้อมูลต่อคณะทำงานได้ตามความเหมาะสม
พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน เร่งแก้ปัญหาที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนโครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์และตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ต้องรีบแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด และต้องสร้างการรับรู้ความเข้าใจประชาชน และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้โครงการต่างๆ ประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืนต่อไป