เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
Tech มาร์ค ชี้ “AI ต้องพัฒนาไวขึ้น” สวนทาง แซม-อีลอน-ดาริโอ AI ต้องชะลอ
“สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
Economic “สุนันทา” ชู 500 กิจกรรมส่งเสริมการค้า สร้างดีลใหม่ทั่วโลก
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
เศรษฐกิจภูมิภาค EECO มอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” 21 ผู้ประกอบการ ในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
Finance SME D Bank ลุยปล่อยสินเชื่อ ต่อยอด AI นกกระซิบ ช่วย SMEs ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
World อิหร่าน-รัฐอ่าวอาหรับเลื่อนประชุมวงเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ
ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
Finance ก.ล.ต. ตั้ง “อภิสิทธิ์ สุขสาคร” ผู้ช่วยเลขาฯ สายดิจิทัล รับไม้ต่อ “วิบูลย์ ภัทรพิบูล” เกษียณสิ้นปี’69
พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
Politics พร้อมลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2” รอคลังเคาะ รบ.มีเงินหลายกระเป๋า
ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
การศึกษา ม.กรุงเทพ คว้าสิทธิ์ Dolby Creator Lab หนุนหลักสูตรสื่อดิจิทัล-ศิลปะภาพยนตร์
นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตา 3 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

05 มี.ค. 2565 | 10:58น.
เงินบาท

เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางสัญญาณรุนแรงของวิกฤตยูเครน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สถานการณ์ตึงเครียดยูเครน-รัสเซีย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทแกว่งตัวผันผวนในกรอบที่อ่อนค่า ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ มีแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัยท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างยูเครน-รัสเซีย ทั้งนี้สหรัฐฯ และอียูประกาศตัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT รวมถึงออกมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อเบลารุสซึ่งมีส่วนสนับสนุนรัสเซียบุกยูเครน ขณะที่กองกำลังทหารของรัสเซียยกระดับการโจมตีหลายเมืองในยูเครน และเข้ายึดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียได้แล้ว

นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของต่างชาติ 3.22 หมื่นล้านบาทในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (4 มี.ค.) เงินบาทปิดตลาดที่ 32.70 เทียบกับระดับ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (25 ก.พ.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.40-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนม.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนมี.ค.

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามการประชุม ECB จีดีพีไตรมาส 4/64 (final) ของยูโรโซน การกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนปี 2565 และตัวเลขเศรษฐกิจ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนและข้อมูลการส่งออกด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยดิ่งลงหนักช่วงท้ายสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,671.72 จุด ลดลง 0.49% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 98,867.13 ล้านบาท ลดลง 1.14% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ร่วงลง 0.59% มาปิดที่ 630.96 จุด

หุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนก่อนร่วงหนักปลายสัปดาห์ โดยแม้หุ้นไทยจะมีอานิสงส์จากแรงซื้อต่อเนื่องของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับถ้อยแถลงของประธานเฟด สะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่สูงไปกว่าที่คาด

อย่างไรก็ดีหุ้นไทยร่วงลงอย่างหนักช่วงปลายสัปดาห์ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนตึงเครียดมากขึ้น ประกอบกับมีปัจจัยลบจากสถานการณ์โควิดในประเทศ

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (7-11 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,655 และ 1,635 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,685 และ 1,705 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI และ FTSE

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ การประชุม ECB (10 มี.ค.) ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/64 ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.พ. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค