ดอลลาร์แข็งค่า ท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน IMF เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจทำให้ราคาพลังงานและธัญพืชพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังมีผู้อพยพกว่า 1 ล้านคน ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า ปิดตลาดที่ระดับ 32.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 7 มีนาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/3) ที่ระดับ 32.74/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 32.70/72 บาท หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 678,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 440,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.9%
ทั้งนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน ม.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 481,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 467,00 ตำแหน่ง และปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือน ธ.ค. โดยปรับเป็นเพิ่มขึ้น 588,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้น 510,000 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ตลาดยังคงกังวลว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตยูเครน โดยระบุว่า ความขัดแย้งในยูเครนได้ทำให้ราคาพลังงานและธัญพืชพุ่งสูงขึ้น อีกทั้งยังมีผู้อพยพกว่า 1 ล้านคน ไหลเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้ชาติตะวันตกประกาศชุดมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งต่อรัสเซีย
IMF ระบุว่า วิกฤตดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่ออัตราเงินเฟ้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่มีแรงกดดันด้านราคาสูงอยู่แล้ว และด้วยแนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น IMF จึงได้เตือนให้รัฐบาลต่าง ๆ เตรียมสนับสนุนครัวเรือนฐานะยากจนที่มีค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารและค่าเชื้อเพลิง
โดยสถานการณ์ล่าสุดนั้น นายแอนโทนี บลิงแกน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐและชาติพันธมิตรในยุโรปกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย
โดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เผยว่า สภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาการออกกฎหมายห้ามนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ทั้งนี้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับตัวแข็งค่าหลังตลาดเอเชียเปิดทำการในช่วงเช้า จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.77-33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.97/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (7/3) ที่ระดับ 1.0837/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 1.1015/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเงินยูโรเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากวิกฤตการณ์ยูเครน-รัสเซีย
นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันหลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในยูโรโซนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือน ม.ค. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 7.8% เมื่อเทียบรายปี นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.3% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 9.1% เมื่อเทียบรายปี
ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกในยูโรโซนได้รับผลกระทบจากยอดขายน้ำมันที่ลดลง และการใช้จ่ายด้านอาหารที่ชะลอตัว ขณะที่เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเหนือ 5% เป็นปัจจัยลดกำลังซื้อของผู้บริโภค ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0823-1.0931 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0858/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/3) ที่ระดับ 114.85/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 115.39/41 เยน/ดอลลาร์ สภาวะความตึงเครียดของสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินเยนแทน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 114.83-115.13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 115.04/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ GDP ไตรมาส 4/64 ยูโรโซน (8/3), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ เดือน ก.พ. (9/3), อัตราดอกเบี้ยนโยบายของยูโรโซน (10/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานสหรัฐเดือน ก.พ. (9/3), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.2/+0.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +1.1/+2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ