ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังยูเออีเผยสนับสนุนสมาชิกโอเปกให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิต
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลงสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังยูเออีเผยสนับสนุนสมาชิกโอเปกให้ปรับเพิ่มกำลังการผลิต
ปัจจัยลบ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลงสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่ ช่วงแรกของการระบาดของโควิด-19 หลังยูซูฟ อัล โอไตบา เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แถลงถึงความต้องการที่จะสนับสนุนสมาชิกโอเปกให้พิจารณาปรับเพิ่มกำลังการผลิตให้สูงขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาอุปทานน้ำมันขาดแคลนจากที่นานาประเทศประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปิดยูเออีเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ปัจจุบันยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงของกลุ่ม
ปัจจัยลบ สำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ประกาศความพร้อมที่จะสามารถระบายน้ำมันออกมาได้อีก หลังก่อนหน้านี้มีมติตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ออกสู่ตลาด ปริมาณ 60 ล้านบาร์เรล อีกทั้ง นางเจนนิเฟอร์ แกรนโฮล์ม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐ ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกเร่งเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อสกัดราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยบวก สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 มี.ค. 2565 ปรับตัวลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 411.6 ล้านบาร์เรล จากเดิมที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับลดลงเพียง 0.6 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ในภูมิภาคที่ปรับสูงขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในออสเตรเลีย ไทย และอินโดนีเซีย ขณะที่มาเลเซียกักตุนสต๊อกน้ำมันเบนซินอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้าสู่ช่วงถือศีลอดในเดือน เม.ย.
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่ Fujairah ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีปริมาณลดลงร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2560

ที่มา : ไทยออยล์