ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังซาอุฯเตรียมเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็วๆ นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังซาอุดีอาระเบียเตรียมกลับมาเปิดท่อ East-West Pipeline บางส่วนในเร็ววันนี้
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยว่าซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันดิบผ่านทางท่อ East-West Pipeline ผ่านการสร้างเส้นทางเบี่ยง (Bypass Pipeline) รอบช่วงท่อส่งซึ่งได้รับความเสียหายเพื่อให้ท่อดังกล่าวสามารถกลับมาดำเนินการได้บางส่วน
โดยคาดว่าท่อดังกล่าวจะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้ที่ระดับครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตภายในไม่กี่วันข้างหน้า นอกจากนี้ Saudi Aramco ยังมีเป้าหมายที่จะให้ท่อดังกล่าวกลับมาส่งออกน้ำมันดิบเต็มรูปแบบภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 16 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 102.43 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสำนักข่าว Fox News ได้เผยว่าอิหร่านได้โจมตีเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐและโดรน MQ-9 ของสหรัฐบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านสำนักข่าว Al Jazeera ได้เผยว่าซาอุดีอาระเบียได้สกัดโดรน ของกลุ่มฮูตีซึ่งพุ่งเป้ามายังเมืองเมกกะ (Mecca) เช่นเดียวกับรายงานล่าสุดซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองท่ายานบู (Yanbu) โดยกลุ่มฮูตีกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อซาอุดีอาระเบียซึ่งเปิดปฎิบัติการทางทหารต่อกลุ่มในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยตัวเลขการส่งออกน้ำมันของรัสเซียประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 13 ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 0.09 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 3.54 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 69 โดยการปรับเพิ่มขึ้นนี้ คาดจะช่วยหนุนรายได้ให้กับรัฐบาลรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ หลังการปรับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับสูง
