รถจีนแบรนด์ใหม่บุกตลาดไทย LUXEED-VOYAH จับลูกค้าอีวีไฮเอนด์
ไตรมาส 4 จับตาทัพรถจีนรุกตลาดไทยต่อเนื่อง เชอรี่ กรุ๊ป ส่งแบรนด์ LUXEED ต่อยอดโมเดลธุรกิจจับลูกค้าไทย ครบทุกเซ็กเมนต์ ขณะที่ตระกูลอินทรภูวศักดิ์ คว้าสิทธิดูแลแบรนด์ VOYAH จากกลุ่ม ตงเฟิง มอเตอร์ ชิงเค้กอีวี พรีเมี่ยม ด้านสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเผยจำนวนค่ายรถอีวีพุ่งพรวดกว่า 50 ยี่ห้อ ขายมากกว่า 112 รุ่น
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 หรือในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค. 2569) นั้น จะมีค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกอย่างน้อย 2 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ระดับไฮเอนด์ จากเชอรี่ กรุ๊ป อย่าง LUXEED (ลักซีดด์) และแบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง VOYAH จากกลุ่มตงเฟิง มอเตอร์ เตรียมเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อย่างแน่นอน และคาดว่าจะได้เห็นรถจาก 2 แบรนด์นี้ในงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2026
นายจิน หลิว รองผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ LUXEED ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทตั้งใจนำความลักเซอรี่ที่จะเข้ามามอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าเดิมให้กับผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการศึกษาตลาดและการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าระดับไฮเอนด์อย่างลึกซึ้ง
โดยเชื่อมั่นว่า LUXEED จะเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในตลาดรถยนต์ลักเซอรี่ในไทย ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี คุณภาพ งานออกแบบที่ประณีต ความสะดวกสบาย และประสบการณ์แบบไร้รอยต่อภายในห้องโดยสาร เพื่อสร้างนิยามใหม่ของความลักเซอรี่ที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง
ทั้งนี้ LUXEED ได้วางยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศกลุ่มแรกของโลก และเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ LUXEED ด้วยสถานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเป็นตลาดรถพวงมาลัยขวาที่สำคัญ
โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกรอบการเติบโตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการสร้างแบรนด์ การแนะนำผลิตภัณฑ์ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย และการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกันตลอดการเป็นเจ้าของของลูกค้า ทั้งนี้ LUXEED พร้อมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสสี่ของปีนี้อย่างแน่นอน
ส่วนรถยนต์แบรนด์ VOYAH นั้นเป็นบริษัทใหม่ ภายใต้กลุ่มเอเอส กรุ๊ป หรือกลุ่ม “อินทรภูวศักดิ์” ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ ในประเทศไทย และยังเป็นดีลเลอร์รถยนต์จีน ภายใต้บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในเครือฉางอาน (CHANGAN) ทั้ง Deepal และ Avatr Lumim NEVO
โดยล่าสุดได้คว้าสิทธิเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ VOYAH ในประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอไอ โมบิลิตี้ จำกัด (AI MOBILITY COMPANY LIMITED) เพื่อประกอบธุรกิจการขายยานยนต์ใหม่ ชนิดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ และรถขนาดเล็กที่คล้ายกัน โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท
ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวพร้อมทำตลาดอย่างเป็นทางการในไตรมาสสี่นี้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานต่อไปว่า ขณะนี้มีค่ายรถยนต์แบรนด์จีนอีก 3-4 ราย ที่เตรียมเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เนื่องจากบริษัทเหล่านี้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและข้อตกลงระหว่างประเทศระหว่างไทย-จีน ทำให้มองเห็นช่องว่างและโอกาสในการทำตลาด
อีกทั้งศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค และตลาดรถยนต์ไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพพอสมควร
ด้านนายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยมีประมาณ 52 แบรนด์ รวม 112 รุ่น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 300,000 บาท ไปจนถึง 31 ล้านบาท จากเดิมเมื่อปลายปี 2021 ที่มีรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกเพียงประมาณ 26 รุ่น ขณะที่ในประเทศจีนมีรถยนต์ไฟฟ้าหลายร้อยแบรนด์ แม้แต่คนในจีนเองบางครั้งยังไม่รู้จักบางยี่ห้อ จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าในอนาคตจะมีแบรนด์ใดเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกบ้าง
ทั้งนี้ผู้บริโภคไม่ควรพิจารณาเพียงราคาและสเป็กรถเท่านั้น แต่ควรศึกษาถึงความมั่นคงของบริษัท รวมถึงศักยภาพด้านบริการหลังการขายและการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันผู้บริโภคสามารถใช้ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์เพื่อประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้นด้วย
และจากการรายงานของ ส.อ.ท. พบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจากการรายงานยอดจดทะเบียนสะสมประเภทยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 515,357 คัน
และใน 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค. 2569) ยอดจดทะเบียนยานยนต์ใช้เชื้อเพลิง
ประเภทต่าง ๆ จำนวน 377,313 คัน ในจำนวนนี้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) จำนวน 124,111 คัน เพิ่มขึ้น 88.83% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และแบ่งเป็นการผลิตรถยนต์นั่ง (BEV) มีจำนวน 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271.80% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน, รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มีจำนวน 2,447 คัน เพิ่มขึ้น 1,726.12%
จากการประเมินล่าสุดคาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปีนี้น่าจะขยับขึ้นไปแตะระดับ 150,000 คัน ก็มีความเป็นไปได้