เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
Economic มท.-คมนาคม ชิงเค้กเงินกู้ 4 แสนล้าน ติดโซลาร์ฯ-เปลี่ยนรถ EV ทั่วประเทศ
‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
Business ‘เนื้อแท้’ ยอมรับ 6 เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาสภาพคล่อง เร่งเคลียร์เงินเดือนค้างจ่าย-ปรับระบบบัญชี
“เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
Economic “เอรา วัน” แจงซีพีไม่เคยตั้งเป้ายกเลิกสัญญาไฮสปีด ยังหาทางออกกับรัฐฝ่าอุปสรรคพื้นที่-การเงิน
คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
Economic คมนาคมเร่งแก้รถติด ปทุมธานี เล็งผุดระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโครงข่ายรับ ”สวนสัตว์ใหม่”
SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
Finance SET วันนี้ (10 ก.ค.) ปิดบวก ยืนเหนือ 1,600 จุด Fund Flow หนุน หุ้น “นิคมฯ–พลังงาน” พุ่ง
สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Economic สิริพงศ์ เผย น้ำซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง ย่านวงเวียนใหญ่สถานการณ์ดีขึ้น อีก 2 สัปดาห์หยุดรอยรั่วได้
Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
Tech Amity ปักหมุดสำนักงาน-ศูนย์วิจัย AI แห่งใหม่ใน ‘สิงคโปร์’
‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
Economic ‘ศุภจี’ เปิดใจชีวิต รมว.หญิง “เน้นงาน ไม่เน้นคอนเทนต์” ดันเกมดีลสหรัฐ-จีน-ยุโรป – เล็ง OCN คุมเกมแพลตฟอร์ม
ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
Economic ชัชชาติ ประกาศสร้างแน่ สะพานคนเดินข้ามเจ้าพระยา คืนตลาดจตุจักรให้การรถไฟฯ
ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
Tech ค่าย “ชิปเอเชีย” ระดมทุนใหญ่ 2 ฟากโลก
ดูทั้งหมด

พันธกิจ ศูนย์ UTC จุฬาฯ ปั้นบุคลากร DeepTech สู่ตลาด

22 มี.ค. 2565 | 11:14น.

พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 4 สำหรับศูนย์วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn University Technology Center (UTC) หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2019 จากวิสัยทัศน์ของ “ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์” อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่อยากให้นำความรู้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยออกไปช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย

“ดร.ประวีย์ เครือโชติกุล” หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการก่อตั้งศูนย์ UTC เกิดจากวิสัยทัศน์ของท่านอธิการบดีที่อยากให้เราสร้างนวัตกรรมและงานวิจัยคุณภาพ ออกไปช่วยเหลือชุมชนและสังคมตามสถานการณ์ต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ จุฬาฯเปิดตัว CU Innovation Hub ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์นวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีความหลากหลาย

แต่สำหรับศูนย์ UTC ที่ตั้งขึ้นมาจะเป็นหน่วยงานบ่มเพาะสตาร์ตอัพสาย DeepTech (deep technology) หรือเทคโนโลยีขั้นสูงโดยเฉพาะ ภารกิจหลัก ๆ คือการสร้างเครือข่ายนักวิจัยทั้งใน และนอกรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับภาครัฐและเอกชน

เพื่อให้เกิดการต่อยอดนำงานวิจัยไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต โดยเน้นโฟกัส 3 ด้านหลักที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์โลกขณะนี้ ได้แก่ หนึ่ง AI (artificial intelligence) สอง MedTech (medical technology) สาม เทคโนโลยีชีวภาพ หรือ BioTech (biotechnology)

“ส่วนงานทั้ง 3 ด้านนี้จะโฟกัสที่ AI และ MedTech ก่อน เนื่องจาก BioTech เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน จึงมีกิจกรรมไม่เยอะ ซึ่งตอนนี้ในศูนย์ของเรามีโครงการมากกว่า 50 โครงการแล้ว ทั้งยังมีพันธมิตรมากกว่า 30 รายจากภาครัฐและเอกชน”

“ดร.ประวีย์” กล่าวต่อว่าเหตุผลที่โฟกัสด้าน AI และ MedTech เป็นเพราะช่วงหลัง ๆ จะเห็นว่ากระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเป็นที่กล่าวถึงมากในหลาย ๆ องค์กรทั่วโลก ทั้งยังมีการนำดิจิทัลมาใช้อย่างแพร่หลาย อีกทั้งผลการวิจัยในหัวข้อ Thailand Digital Technology Foresight 2035 ของ Frost & Sullivan และ depa มีการคาดการณ์ว่า มูลค่าของตลาด AI ในประเทศไทยจะแตะแสนกว่าล้านบาท ภายใน 8 ปีข้างหน้า และมีโอกาสสูงถึงเกือบ 2 แสนล้าน ภายในปี 2035

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการสื่อสาร, โทรคมนาคม, สุขภาพ, เมืองอัจฉริยะ และความมั่นคงของประเทศ ขณะที่จุฬาฯมีบุคลากรทำงานสาย AI มากกว่า 50 คน จึงทำให้ศูนย์ UTC มีงานที่ค่อนข้างหลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของสังคม ยกตัวอย่าง ผลงานชื่อ ReadMe เป็นโปรแกรมอ่านข้อความภาษาไทยจากภาพถ่ายทั่วไป ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ พัฒนาโดยทีมวิจัยจากวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาฯ ภายใต้การบ่มเพาะของศูนย์

ด้วยการนำเทคโนโลยีการประมวลผลภาพ (image processing) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชนิดการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) ที่เหมาะกับภาษาที่มีโครงสร้างซับซ้อนอย่างภาษาไทย จึงทำให้ได้ความแม่นยำมากกว่าโปรแกรมอื่น ๆ

เนื่องจากสามารถประยุกต์ใช้งานอย่างแพร่หลาย และตรงจุดของปัญหาในโครงสร้างภาษา ทีมงานจึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาโปรแกรมอ่านข้อความภาษาไทยให้มีความแม่นยำมากขึ้น และพัฒนาในโปรแกรมในรูปแบบ API เพื่อให้โปรแกรมอื่น ๆ สามารถเรียกใช้ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Krungsri Research 2020 ยังเปิดเผยว่าตลาด MedTech ของประเทศไทยในปัจจุบันมีมูลค่าราว 5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะโตเฉลี่ยราว 6.5% โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการด้านเครื่องมือทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย เพื่อวินิจฉัยโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง ที่กล่าวมานี้เป็นเสียงสะท้อนที่ชัดเจนถึงเทรนด์ และแนวโน้มการเติบโตของ AI และ MedTech ในประเทศไทยว่ามี demand ในตลาดมาก ทั้งยังสามารถขยายตัวไปได้อีกไกล

สำหรับผลงานที่โดดเด่นด้าน MedTech ของศูนย์ UTC อาทิ DeepGI ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการระบุติ่งเนื้อในการตรวจลำไส้ใหญ่จากกล้องส่องภายใน, chest X-ray interpreter ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการอ่านผลภาพเอกซเรย์ทรวงอกอัจฉริยะ, KRx ชุดทดสอบกลิ่น, pass อุปกรณ์เสริมเพื่อการอัลตราซาวนด์หาตำแหน่งในการเจาะน้ำไขสันหลัง เป็นต้น

“ดร.ประวีย์” กล่าวว่าเราตั้งใจว่าทุก ๆ ผลงานจะต้องเป็นสินค้าที่ลูกค้าทั่วไปสามารถหาซื้อได้ โดยตั้งเป้าว่าทุกผลงานที่ผลิตขึ้นภายใต้ศูนย์ UTC ใน 1-2 ปี ต้องเป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง แต่ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สังคม ไม่ใช่ว่าสินค้าทุกตัวจะไปอยู่บนเมกะเทรนด์ได้

ผมมองว่ากระแสสังคม สิ่งแวดล้อมช่วยผลักดันให้เกิดการยอมรับสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น อย่างเช่น วิกฤตโควิด-19 ทำให้เกิด telemedicine การหาหมอทางไกลผ่านระบบแอปพลิเคชั่น ตอนนี้กำลังเริ่มใช้ในหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อลดความแออัดในสถานพยาบาล

ต่อไปจะเกิดเทคโนโลยีที่สามารถติดตัวผู้ป่วย สามารถส่งข้อมูลผู้ป่วยเข้าไปอยู่ในระบบได้อย่างเรียลไทม์ และผมคิดว่าต่อไปนี้จะเกิดเทรนด์ใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น เมตาเวิร์ส ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังจะเกิดไม่ช้า ผมมองว่าเรื่อง DeepTech ประเทศไทยมีโอกาสแข่งขันกับตลาดโลกได้แน่นอน

เพราะเรามีบุคลากรเก่ง ๆ เยอะมาก การที่เราจะเป็นผู้นำด้านนี้ได้ต้องหาจุดเด่นว่าเราทำอะไรได้ดีกว่าประเทศอื่น ต่อมาคือเราต้องมีอีโคซิสเต็ม รวมถึงหน่วยงานที่จะช่วยขับเคลื่อนเพื่อให้มีรูปแบบ มีโครงสร้าง มีเส้นทางการเดินที่ชัดเจน แล้วก็มีการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชนด้วย”

“ผมว่านั่นคือพันธกิจของศูนย์เราที่ต้องเป็นผู้บ่มเพาะ และเป็นตัวกลาง อย่างปีที่ผ่านมามีการจัด UTC Demo Day โชว์ผลงานในศูนย์ของเรา และมีภาคเอกชนเข้ามาชม มาให้ข้อเสนอแนะ ตอนนี้มีผลงานหลายตัวที่ภาคเอกชนสนใจ และกำลังจะพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในลำดับต่อไป”

อย่างไรก็ตาม เมื่อ DeepTech เริ่มเติบโตมากขึ้น จะทำให้มีบริษัทใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามมา แน่นอนว่าจะเกิดการจ้างงานจำนวนมากอย่างแน่นอน ตรงนี้จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายกับทุก ๆ อุตสาหกรรม รวมถึงระบบการศึกษาด้วย

ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นที่จะซัพพอร์ตการผลิตบุคลากรในสายงานต่าง ๆ ผ่านการเปิดหลักสูตรอัพสกิล รีสกิลให้กับคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของ life long learning เรียนที่ไหนก็ได้ตลอดเวลา ส่วนนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยก็เน้นการสอนเชิงปฏิบัติมากขึ้น

ทั้งยังมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดประสบการณ์ รวมถึงผลักดันให้อาจารย์นำองค์ความรู้ไปสร้างธุรกิจการเรียนรู้ จากนั้นค่อยนำกลับมาสอนนิสิต เพราะว่ามีความเชื่อมั่นว่าตลาดแรงงานด้าน AI และ MedTech จะได้รับการตอบรับอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย