“สัญญาณ” ที่บ่งบอกว่าจีน “ตีตัวห่าง” รัสเซีย กรณียูเครน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ
หลังจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ออกมาตรการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียอย่างหนักหน่วงเพื่อลงโทษฐานทำสงครามถล่มยูเครน ทุกสายตาจับจ้องไปที่จีน ในฐานะมิตรใหญ่ของรัสเซียที่น่าจะเป็นอัศวินม้าขาวช่วยโอบอุ้มรัสเซีย
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือทำให้การแซงก์ชั่นจากฝ่ายตะวันตกไม่ได้ผล ท่ามกลางเสียงขู่จากสหรัฐอย่างต่อเนื่องที่มีต่อจีน หากจีนยื่นมือช่วยเหลือรัสเซีย
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่รัสเซียจะบุกยูเครน ผู้นำจีนและรัสเซียได้พบปะกันพร้อมกับประกาศกระชับสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม ด้วยสัญญาที่ว่ามิตรภาพของ 2 ประเทศจากนี้ไปจะ “ไม่มีข้อจำกัด”
อย่างไรก็ตาม หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครนในปลายเดือนกุมภาพันธ์ จีนจำเป็นต้องระมัดระวังท่าที ไม่อาจช่วยเหลือรัสเซียแบบไร้ข้อจำกัด เพราะเกรงว่าตัวเองจะถูกแซงก์ชั่นไปด้วย
จะเห็นว่าถึงแม้จีนจะไม่ร่วมกับฝ่ายตะวันตกในการแซงก์ชั่น และไม่ยอมเรียกการกระทำของรัสเซียต่อยูเครนว่า “รุกราน” แต่จะเห็นว่าการแสดงออกบางอย่างของจีนดูเหมือนไม่ได้อยู่ข้างรัสเซีย
เช่น คำพูดของ หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ที่ระบุว่า “จีนไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิกฤตในยูเครน และจีนไม่ต้องการจะได้รับผลกระทบจากการแซงก์ชั่น”
ซีเอ็นเอ็นระบุว่า บรรดาผู้สังเกตการณ์และนักวิเคราะห์จากซีกตะวันตก ชี้ว่ามีสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าจีนกำลัง “ตีตัวออกห่าง” จากรัสเซียอย่างเงียบ ๆ สัญญาณดังกล่าว ประกอบด้วย
ปล่อยให้เงินรูเบิลอ่อนค่า
เห็นได้จากสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม ธนาคารกลางจีนได้ขยายช่วงการเคลื่อนไหว (band) ของราคาซื้อขายเงินรูเบิลกับเงินหยวนเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นผลให้เงินรูเบิลอ่อนค่าลงเร็วขึ้น
ซึ่งหมายถึงว่ารัสเซียต้องจ่ายเงินรูเบิลเพิ่มขึ้นเมื่อซื้อสินค้าจีน การขยาย band ดังกล่าวช่วยให้เงินหยวนตามทันความผันผวนสุดขีดของค่าเงินรูเบิล ช่วยให้บริษัทจีนลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้นับจากถูกแซงก์ชั่น เงินรูเบิลอ่อนค่าลงเกิน 20%
นั่งทับเงินสำรองรัสเซีย
หลังรัสเซียถูกแซงก์ชั่น หนทางสำคัญมากที่สุดสำหรับจีนหากต้องการช่วยเหลือรัสเซียก็คือ การแปลงเงินทุนสำรองรัสเซียที่ถือไว้ในรูปเงินหยวน ซึ่งเทียบเท่ามูลค่าประมาณ 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปเป็นดอลลาร์หรือยูโร
โดยคาดว่าทุนสำรองรัสเซียราว 3.15 แสนล้านดอลลาร์หรือราวครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 6.3 แสนล้านดอลลาร์ ถูกฝ่ายตะวันตกอายัดไว้ ด้วยการห้ามธนาคารตะวันตกทั้งหมดทำธุรกรรมกับธนาคารกลางรัสเซีย
แต่นักวิเคราะห์มองว่าจีนไม่น่าจะช่วยแปลงทุนสำรองรัสเซียไปเป็นดอลลาร์หรือยูโร เพราะเกรงว่าจะละเมิดการแซงก์ชั่นของฝ่ายตะวันตกไม่คุ้มกับผลประโยชน์ระยะยาวของจีนและจนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวเรื่องนี้จากจีน
ที่ผ่านมา รัสเซียได้พยายามลดสัดส่วนดอลลาร์ที่ถือครองไว้ในทุนสำรอง และเพิ่มการถือสกุลอื่นแทน หนึ่งในนั้นคือหยวน เมื่อถูกตะวันตกปิดกั้นการเข้าถึงดอลลาร์ รัสเซียจึงหวังพึ่งพาทุนสำรองในรูปเงินหยวน ด้วยหวังว่าจีนจะยอมช่วยแปลงหยวนไปเป็นดอลลาร์หรือยูโร
ไม่ส่งชิ้นส่วนเครื่องบินให้
การแซงก์ชั่นหมายถึงว่า 2 บริษัทผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของโลกคือ โบอิ้งของอเมริกา และแอร์บัสของฝรั่งเศส ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องบินหรือให้การบำรุงรักษาเครื่องบินของสายการบินรัสเซียได้
ซึ่งหมายถึงว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ รัสเซียจะไม่มีชิ้นส่วนไปเปลี่ยน และจะไม่สามารถบินได้อย่างปลอดภัย จึงพยายามหาแหล่งใหม่ในการป้อนชิ้นส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียยอมรับว่าขอความช่วยเหลือไปยังจีนแต่ถูกปฏิเสธ
ระงับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นักวิเคราะห์มองว่าถือเป็นความประหลาดใจ เมื่อธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ที่มีจีนเป็นโต้โผใหญ่ในการก่อตั้ง ประกาศภายหลังรัสเซียบุกยูเครนว่าจะระงับกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียและเบลารุส
เพราะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับ AIIB ดังนั้นจึงหมายถึงว่าการลงทุนในรัสเซียมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ ที่มีการอนุมัติไปแล้วหรือที่มีการเสนอให้กู้ยืมเพื่อปรับปรุงถนนและทางรถไฟถูกระงับไว้ก่อน
ธนาคาร AIIB ถือกำเนิดขึ้นเพื่อคานอำนาจธนาคารโลกที่มีสหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่และธนาคารพัฒนาเอเชีย ที่ญี่ปุ่นเป็นพลังหลัก โดยใน AIIB จีนมีสิทธิออกเสียงมากสุด 26.5% รองลงมาคืออินเดีย 7.6% รัสเซีย 6%
การระงับการลงทุนและการปล่อยกู้ของ AIIB ในรัสเซียและเบลารุส ดำเนินตามรอยของธนาคารโลก ที่ประกาศในลักษณะเดียวกันไปก่อนหน้านี้