Skip to content

ศบค.เตือนโอมิครอน BA.2 ระบาดหนักในสหรัฐ จับตาคลัสเตอร์สงกรานต์

31 มี.ค. 2565 | 15:59น.
ศบค.เตือนโอมิครอน BA.2 ระบาดหนักในสหรัฐ จับตาคลัสเตอร์สงกรานต์

ศบค. เผยไวรัสสายพันธุ์ย่อย BA.2 ของโอมิครอนกำลังระบาดหนัก ระบาดเร็ว และกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดในสหรัฐไปแล้ว ขณะที่ยอดติดเชื้อใหม่หลายประเทศในยุโรปเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับของไทยที่ยังเป็นช่วง”ขาขึ้น” แนวโน้มป่วยหนัก-ใส่ท่อช่วยหายใจยังเพิ่ม ย้ำมาตรการคุมเข้มช่วงสงกรานต์มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.นี้ ไม่อยากเห็นคลัสเตอร์ใหม่

วันที่ 31 มีนาคม 2565 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า ในวันที่ 1 เมษายน 2565 นี้ ข้อกำหนดศบค. ฉบับที่ 43 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ มาตรการเทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี 2565 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีผลบังคับใช้

ศบค.แถลงข่าวสถานการณ์โควิดประจำวัน

แบ่งพื้นที่สี-คุมโควิดช่วงสงกรานต์ มีผล 1 เม.ย.นี้

เรื่องแรกเป็นเรื่องของพื้นที่สี ที่มีการแบ่งใหม่ตามสถานการณ์ โดยวันที่ 1 เมษายนนี้ “พื้นที่ควบคุม” หรือพื้นที่สีส้มจะลดจาก 44จังหวัด เหลือ 20 จังหวัด ส่วน”พื้นที่เฝ้าระวังสูง”หรือพื้นที่สีเหลือง จะเพิ่มจาก 25 จังหวัดเป็น 47 จังหวัด และพื้นที่สีฟ้า หรือพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว เพิ่มจาก 8 จังหวัดเป็น 10 จังหวัด โดยจังหวัดใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นจังหวัดเชียงใหม่และเพชรบุรี และในพื้นที่สีฟ้ายังมีจังหวัดอื่นๆที่นำร่องท่องเที่ยวอยู่อีก 16 จังหวัด

พื้นที่สีควบคุม-กำหนดจัดกิจกรรมได้/ไม่ได้

สำหรับมาตรการสำคัญสำหรับพื้นที่สีส้ม 20 จังหวัดจะจำกัดการรวมกลุ่มไม่ให้เกิน 500 คน ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูงจะจำกัดการรวมกลุ่มไม่เกิน 1,000 คน และในสองพื้นที่สีส้มยังไม่ได้มีการอนุญาตให้บริโภคสุราในร้านอาหาร แต่สามารถจำหน่ายและนำกลับไปดื่มที่บ้านได้ ส่วนพื้นที่สีเหลืองจำกัดเวลาการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน 23.00 น. หรือ 5 ทุ่ม

ตารางห้ามพื้นที่จัดกิจกรรมได้/ไม่ได้ ตามคำสั่งศบค.

ตารางพื้นที่การจัดกิจกรรมได้/ไม่ได้ ตามคำสั่งศบค.

แจงมาตรการใหม่เข้าราชอาณาจักร

เรื่องที่สองคือมาตรการเข้าราชอาณาจักร โดยสาระสำคัญคือจะมีการยกเลิกการตรวจ RT-PCR ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาทั้ง 3 กลุ่ม ทั้ง Test & Go แซนด์บ็อกซ์ และ Quarantine โดยระบบ Test & Go ยังคงการตรวจ RT-PCR วันแรกที่มาถึงประเทศไทย และติดตามการคัดกรองตัวเองในวันที่ 5(Day5)

ส่วนกลุ่มที่เข้ามาแบบกักตัว หรือ Quarantine ยังคงต้องตรวจแบบ RT-PCR ในวันแรก และยังต้องติดตามการตรวจแบบ RT-PCRในวันที่ 4 หรือวันที่ 5 ก่อนออกจากสถานที่กักตัว

นอกจากนี้สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาแบบแซนด์บ็อกซ์และการกักตัว มีการลดจำนวนวันอยู่ในพื้นที่ลงเหลือ 5 วัน จากเดิมที่ต้องอยู่ 7 วัน

มาตรการตรวจโควิดเข้าประเทศใหม่ มีผล 1 เมษายน 2565

และเรื่องสุดท้ายที่สำคัญคือเรื่องสงกรานต์ คือการห้ามจัดงานในที่สาธารณะ เช่นที่ถนน หรือหน้าบ้าน ห้ามเล่นน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม ส่วนพื้นที่ที่สามารถจัดกิจกรรมได้ตามวัฒนธรรมประเพณี ให้ดำเนินการตามมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดและพิจารณาอนุญาต

“แต่ก็ยังคงห้ามสาดน้ำ ประแป้ง ปาร์ตี้โฟม และห้ามขายและงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอออล์ในสถานที่จัดงาน ส่วนพื้นที่ในหมู่บ้านหากจะจัดงานต้องขออนุญาตจากองค์กาปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนถึงจะจัดงานได้” แพทย์หญิงสุมนีกล่าวย้ำเรื่องข้อห้ามในช่วงสงกรานต์

สถานการณ์โควิดทั่วโลก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565

สายพันธุ์ย่อย BA.2 ของโอมิครอนกำลังระบาดหนักในสหรัฐ

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวต่อว่าสำหรับสถานการณ์โควิดทั่วโลกมียอดผู้ติดเชื้อรวม 487,092,477 ราย อาการรุนแรง 58,386 ราย รักษาหายแล้ว 422,085,072 ราย และเสียชีวิต 6,162,358 ราย

ส่วนอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด (รวมย้อนหลัง 7 วัน) 1.เกาหลีใต้ จำนวน 2,347,709 ราย 2.เยอรมนี จำนวน 1,534,170 ราย 3.ฝรั่งเศส จำนวน 957,856 ราย 4.เวียดนาม จำนวน 693,535 ราย 5.สหราชอาณาจักร จำนวน 499,427 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 13 จำนวน 176,831 ราย

“เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศฝั่งยุโรปบางประเทศมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเมื่อดูยอดสะสมรายสัปดาห์ได้แก่ อันดับ 3 ฝรั่งเศส อันดับ 5 สหราชอาณาจักร อันดับ 6 อิตาลี อันดับ 9 ออสเตรีย อันดับ 10.เนเธอร์แลนด์ ซึ่ยงัคงมีผู้ติดเชื้อราย 7 วันอยู่ที่ 200,000-900,000 ราย”

ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 13 จำนวน 176,831 ราย อันดับยังสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว และเมียนมาร์

ไวรัสสายพันธุ์ย่อย BA.2 สายพันธุ์ดั้งเดิมของโอมิครอนกำลังระบาดหนักในสหรัฐ

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวต่อว่า สำหรับการระบาดของโอมิรอนในประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นสายพันธุ์ย่อย BA.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนดั้งเดิม โดยมีรายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(CDC)ของสหรัฐพบว่ามีอัตราการเพิ่มขึ้นของสายพันธุ์นี้ทุกสัปดาห์ โดยเพิ่มขึ้นจาก 27.8% เป็น 39% และสัปดาห์ล่าสุดเพิ่มเป็น 54.9% ของยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา

“ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(CDC)ของสหรัฐอเมริกาคาดว่าไวรัสสายพันธุ์ย่อย BA.2 จะสามารถแพร่ระบาดได้มากกว่าไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม BA.1 ประมาณ 30%” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว

สถานการณ์โควิดในประเทศไทย 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2565

ไทยแนวโน้มป่วยหนัก-ใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่ม

สำหรับสถานการณ์ในบ้านเราวันนี้จากการตรวจ RT-PCR ตัวเลขอยู่ที่ 27,560 ราย ส่วนรายงานจากผู้ตรวจ ATK อยู่ที่ 16,079 ราย โดยผู้ตรวจจากวีธี PCR เพิ่มจากวานนี้ประมาณ 2,000 กว่าราย รวมกันแล้วอยู่ที่ 43,639 ราย

ขณะที่ผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ 61 คน ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้พบยอดผู้ติดเชื้อในเดือนมีนาคมลดลงเหลือประมาณ 0.59% ลดลงจากเดือนกุมภาพันธุ์ซึ่งอยู่ที่ 2.25% และเดือนมกราคมซึ่งอยู่ที่ 3.73%

สำหรับผู้ที่รักษาหายแล้ววันนี้อยู่ที่ 25,077 คน อยู่ในระบบการรักษา 246,770 ราย ในจำนวนนี้อยู่ในรพ.สนาม ที่บ้าน และอื่นๆ 184,023 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 62,747 ราย โดยผู้ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลมีอาการหนัก 1,808 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 81 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 713 ราย เพิ่มจากเมื่อวาน 34 ราย

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ ปอดอักเสบ เสียชีวิต ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565

“ถ้าดูจากกราฟ ทิศทางแนวโน้มของผู้ติดเชื้อรายวัน ผู้ป่วยปอดอักเสบ และผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจมีทิศทางเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้ประเทศไทยเป็นช่วงขาขึ้น เพราะฉะนั้นมาตรการต่างๆยังสำคัญและคงต้องเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชนต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญที่สุดคือการฉีดวัคซีนที่จะช่วยลดอาการป่วยหนักได้” 

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวต่อว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มียอดผู้ป่วยปอดอักเสบสูงสุด 10 อันดับ กับอัตราการใช้เตียงระดับ 2-3 ยังคงเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ระดับ 50.90% และจังหวัดสงขลาที่ระดับ 65.70% ส่วนอัตราการครองเตียงในภาพรวมของประเทศอยู่ที่ประมาณ 30% เพิ่มจากก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 1 ใน 4 มาเป็น 1 ใน 3 ที่มีอัตราการใช้เตียงเพิ่มขึ้น

“ยังคงต้องย้ำเรื่องมาตรการส่วนบุคคลตลอดเวลา อยู่ห่าง ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยอยู่กับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผุ้สูงอายุ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว”

อัตราการใช้เตียงของผู้ป่วยปอดอักเสบ 10 จังหวัดแรก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565

ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด ณ วันที่ 3 มีนาคม 2565

ส่วนผู้เสียชีวิตในวันนี้ 85 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 34 ราย เป็นคนไทย 84 ราย ชาวสหรัฐอเมริกา 1 ราย ซึ่งการรายงานผู้เสียชีวิตเกิน 80 คนมา 2 วันแรก ซึ่งการที่เราจะให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นอัตราการเสียชีวิตจะต้องต่ำกว่า 80ราย/วัน ส่วนโรคประจำตัวที่เจอบ่อยได้แก่ มะเร็ง โรคไตระยะสุดท้าย อ้วน หลอดเลือดสมอง หัวใจ รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง

“ประวัติการได้รับวัคซีนของผู้เสียชีวิตวันนี้ กลุ่ม 608 มีจำนวน 54% ที่ไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว มี 7% ได้รับวัคซีน 1 เข็ม มี 38% ได้วัคซีน 2 เข็ม และมี 1% ได้วัคซีน 3 เข็ม”

ทั้งนี้ ศบค.รายงานว่าผู้เสียชีวิต 85 รายในวันนี้มีถึง 84 รายที่อยูในกลุ่ม 608 และยังไม่ได้รับวัคซีนเข็ม บูสเตอร์โดส

สำหรับผู้มารับวัคซีน ณ วันที่ 30 มีนาคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 85,138 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 25,625 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 179,696 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 30 มีนาคม 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 129,362,028 โดส

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 55,494,455 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 50,300,680 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 23,566,893 ราย

ตัวเลขการฉีดวัคซีนโควิดสะสมจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2565

ตอกย้ำมาตรการช่วงสงกรานต์ ไม่อยากเห็นคลัสเตอร์ใหม่

สำหรับช่วงนี้ใกล้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสัปดาห์รณรงค์การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ โดยมี 7 จังหวัดที่ฉีดกลุ่มผู้สูงอายุและโรคเรื้อรังเกิน 70%ที่ตั้งเป้าหมายไว้ ได้แก่ นนทบุรี น่าน สมุทรปราการ ลำพูน มหาสารคาม ชัยนาท และภูเก็ต

และมีอีก 10 จังหวัดที่ฉีดเข็มกระตุ้นได้ใกล้เป้าหมายแล้ว หรือเกิน 60% ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย อ่างทอง อยุธยา ชลบุรี สมุทรสงคราม ระยอง ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร ก็ต้องให้กำลังใจกับหน่วยฉีดในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดด้วยที่ได้มีการดำเนินการฉีดวัคซีนเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งก็จะทำให้วันหยุดยาวมีความปลอดภับ พบปะลูกหลานได้อย่างสบายใจ

โดยสรุปสถานการณ์ในประเทศไทยวันนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยปอดอักเสบ ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้าๆ สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ ภาพรวมอัตราการครองเตียงระดับ 2-3 หรือผู้ป่วยอาการปานกลางถึงหนักอยู่ที่ร้อยละ 29.50 ซึ่งเพิ่มขึ้น

“ต้องขอความร่วมมือให้สาธารณสุขในพื้นที่และอปท.ท้องถิ่นยังคงต้องรณรงค์ให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ต่างๆมารับการฉีดวัควัคซีนเพิ่มขึ้น เพื่อให้ช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ได้มีการพบปะกันอย่างปลอดภัย ไม่มีการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์โควิดเพิ่มขึ้นมา” แพทย์หญิงสุมนีกล่าวในตอนท้าย

มาตรการของศบค. ห้ามทำ/ไม่ห้ามทำช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค. สถานการณ์โควิด-19