เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
Economic ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
Finance 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
Economic ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
Economic ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
Economic พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
ดูทั้งหมด

หลากทรรศนะดีเวลอปเปอร์ ขานรับ-ขานค้าน “ภาษีลาภลอย”

21 ก.ค. 2565 | 09:30น.
4คน
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
ผู้เขียน : ชวิน ฉันทาลิขิต

ปลัดกระทรวงการคลัง “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” โยนประเด็นรื้อฟื้นการจัดเก็บภาษีตัวใหม่ที่ค้างดำเนินการตั้งแต่ปี 2558

เรากำลังพูดถึง “ภาษีลาภลอย-Windfall Tax” หรือชื่อเต็ม “ร่าง พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. …”

ถึงแม้หลายคนประเมินว่าอายุรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี ดังนั้น อาจไม่ทันในการผลักดันออกมาบังคับใช้เพราะเป็นกฎหมายที่ทำลายคะแนนเสียงเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่กฎหมายนี้ยังมีตัวตน ย่อมหมายถึงมีโอกาสที่จะแจ้งเกิดได้ในวันใดวันหนึ่ง จึงเป็นโอกาสที่จะมาทำความรู้จักกับกฎหมายภาษีใหม่ในเรื่องนี้

มติ ครม. 1 ธันวาคม 58

จุดเริ่มต้นมาจากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เห็นชอบการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ด้านคมนาคมขนส่งของไทยปี 2558-2562 วงเงินรวม 1.79 ล้านล้านบาท

จุดโฟกัสอยู่ที่แผนลงทุนภาครัฐดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าที่ดินและห้องชุดรอบบริเวณโครงการรัฐเพิ่มสูงขึ้น ตัวชี้วัดอยู่ที่ “ราคาประเมินที่ดินแนวรถไฟฟ้ารอบปี 2558-2562 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100-150% เมื่อเทียบกับราคาประเมินรอบ 4 ปีก่อนหน้า”

ดังนั้น “…จึงสมควรจะคืนผลประโยชน์บางส่วนให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่อไป ในกรณีที่มีการซื้อขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์”

โดยมีตัวแบบมาจากการบังคับใช้ภาษีลาภลอยในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส อังกฤษ โปแลนด์ โคลอมเบีย เป็นต้น

ภาษีลาภลอย

เอกซเรย์ กม.ภาษีลาภลอย

สรุปสาระสำคัญ 8 หัวข้อ ดังนี้

1.“ผู้เสียภาษี” ร่างกฎหมายระบุไว้ว่า 1.1 ผู้ขายที่ดินหรือห้องชุด 1.2 เจ้าของที่ดินหรือห้องชุด มูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท 1.3 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการขาย

2.“อินฟราสตรักเจอร์ที่จัดเก็บภาษี” ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ ทางด่วนพิเศษ และโครงการที่กำหนดในกฎกระทรวง

3.“การจัดเก็บภาษี” แบ่งเป็น 2 กรณี 3.1 เก็บภาษีระหว่างดำเนินโครงการ จากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/ห้องชุดทุกครั้ง โดยกฎหมายระบุให้ “กรมที่ดิน” เป็นผู้จัดเก็บ

3.2 เก็บหลังจากสร้างโครงการแล้วเสร็จ โดยเก็บจากที่ดิน/ห้องชุดที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท (ยกเว้นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม)

และเก็บภาษีจากห้องชุดเหลือขายในมือดีเวลอปเปอร์ด้วยการเก็บภาษีลาภลอย “เพียงครั้งเดียว” ในปีถัดจากปีที่โครงการสร้างเสร็จ

กรณีนี้กฎหมายระบุให้ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เป็นผู้จัดเก็บ

4.“พื้นที่เก็บภาษี” กำหนดรัศมี 2.5-5 กิโลเมตรจากแนวโครงการเมกะโปรเจ็กต์รัฐ (ดูตารางประกอบ) โดยรัศมีระยะห่างดังกล่าวเป็นการกำหนดเพดานสูงสุด ส่วนจะหดรัศมีให้สั้นลงเพื่อทำเป็นพื้นที่จัดเก็บจริงให้ออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป
จ้องเช็กบิลที่ดิน+คอนโดฯ

5.“อัตราภาษี” กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุด 5% โดยเปิดช่องให้กำหนด “อัตราจัดเก็บจริง” ในภายหลัง

6.“ฐานภาษี” กฎหมายระบุให้ “คำนวณส่วนต่าง” ราคาที่ดิน/ห้องชุดที่เพิ่มขึ้น นับจากมูลค่าก่อนวันที่รัฐเริ่มดำเนินโครงการ (วันทำสัญญาก่อสร้างอินฟราสตรักเจอร์) เปรียบเทียบกับมูลค่าวันที่โครงการสร้างเสร็จ

มีข้อระบุเฉพาะเจาะจงสำหรับห้องชุด กรณีห้องชุดที่ดีเวลอปเปอร์เป็นผู้ขาย (มือหนึ่ง) หรือห้องชุดเหลือขายในมือผู้ประกอบการหลังจากสร้างเสร็จ กฎหมายระบุให้ “คำนวณส่วนต่างมูลค่าห้องชุดโดยใช้มูลค่าห้องชุดคูณด้วย 20%”

เช่น มูลค่าห้องชุด 1 ล้านบาทคูณ 20% เท่ากับ 2 แสนบาท ซึ่งจะถูกนำมาตั้งเป็นฐานภาษีและมีอัตราภาษีสูงสุด 5% อยู่ที่ 10,000 บาท

7.“รายได้ภาษีนำส่งใคร” กฎหมายระบุส่งเข้า “กองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ” กำกับดูแลโดย “สบร.-สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ” กระทรวงการคลัง

8.“จัดตั้งคณะกรรมการกำหนดพื้นที่จัดเก็บภาษีลาภลอย” โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่งจากปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสภาพัฒน์ และมีผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลังเป็นเลขานุการ

ฟันธง-เก็บภาษีซ้ำซ้อน

“ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจความคิดเห็นดีเวลอปเปอร์ ตลอดจนมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับภาษีลาภลอยในยุคหลังโควิด ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องกันในประเด็นเห็นด้วยกับหลักการภาษี แต่มีข้อกังวลเรื่องจังหวะการนำมาบังคับใช้เพราะภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวดีนักจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่รุมเร้าในรอบ 3 ปี (2563-2565)

เริ่มจาก “ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอาคารชุดไทย มีมุมมองว่ารัฐลงทุนสาธารณูปโภคก็เลยต้องหารายได้ ซึ่งตรงนี้ก็ถูกต้องตามหลักการ ในเมื่อมีการตัดถนนทุก ๆ ปีก็จะมีการประเมินราคาเพิ่มขึ้น ดังนั้น คิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่รัฐต้องการจัดเก็บรายได้จากการลงทุน

อย่างไรก็ตาม อัตราจัดเก็บ 5% มองว่าเป็นการเก็บภาษีดับเบิล เป็นการเก็บซ้ำซ้อนเนื่องจากมีการจัดเก็บภาษีจากการที่กรมธนารักษ์ประเมินราคาที่ดินไว้อยู่เเล้ว วิธีการถ้าหากมีภาระค่าใช้จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น ต้นทุนภาษีลาภลอยจะถูกบวกเข้าไปในราคาขายตามกลไกตลาด และกระทบผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระภาษีรายสุดท้าย

“เรื่องภาษีลาภลอยพี่ยังไม่ทราบขอบเขตอะไรมากเนื่องจากยังไม่มีการออกกฎเกณฑ์ให้เเน่ชัด หากเสนอเเนะภาครัฐได้ก็ขอให้มีการทำประชาพิจารณ์ก่อนบังคับใช้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า”

โดยฝากข้อคิดด้วยว่า ภาษีลาภลอยน่าจะเป็นภาษีจัดเก็บซ้ำซ้อน เพราะถึงยังไงภาครัฐก็ใช้เงินภาษีประชาชนในการสร้างอินฟราสตรักเจอร์อยู่แล้ว หากผลักดันภาษีตัวใหม่ออกมาย่อมกระทบกับผู้ซื้อและประชาชนอย่างแน่นอน

กระทบชิ่งทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย

“ดร.ชนฐนพค์ รุ่งโรจน์ธนกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อยู่เจริญ เอสเตทส จำกัด ซึ่งมีเเลนด์แบงก์อยู่ใน กทม.-ปริมณฑลเกิน 1,000 ไร่ ออกตัวว่าเนื่องจากเป็นภาษีใหม่ยังไม่ทราบจึงต้องขอเวลาศึกษารายละเอียดตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

เบื้องต้นพิจารณาจากสถานการณ์การทำธุรกิจในปัจจุบัน ผู้ประกอบการเผชิญกับปัจจัยลบในด้านต้นทุนพัฒนาโครงการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น ฯลฯ ถ้ามีมาตรการภาษีลาภลอยออกมาเก็บเพิ่มเติมในตอนนี้ ก็น่าจะกระทบกับราคาขายที่ต้องปรับขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น ภาษีลาภลอยถ้าหากรัฐจัดเก็บจริง ๆ จะกระทบทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

“ถ้าในกรณีที่มีภาษีลาภลอยออกมาบังคับใช้จริง ๆ ก็ต้องดูให้ละเอียดว่าเป็นภาษีที่จัดเก็บเกินกว่าเหตุรึเปล่า เพราะว่าฟังดูเเล้วเหมือนกับว่าไม่อยากให้ผู้ประกอบการหรือคนมากว้านซื้อที่ดินแนวตะเข็บรถไฟฟ้าหรือริมถนน…”

นอกจากนี้ ระบบจัดเก็บภาษีที่รัฐบาลใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นรูปแบบอัตราภาษีก้าวหน้า ซึ่งกรณีที่มูลค่าที่ดินและทรัพย์สินปรับตัวสูงขึ้น ฐานภาษีที่จัดเก็บก็ทำรายได้เข้ารัฐสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงมองได้ว่าภาษีลาภลอยเป็นการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อนก็ได้

ต้องทำให้ลึก-ทำให้แฟร์

“ณพน เจนธรรมนุกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCO แสดงข้อคิดเห็นว่า หลักการภาษีลาภลอยต้องให้ยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ยกตัวอย่าง รัฐเป็นคนกำหนดเส้นทางคมนาคม อาจมีบางคนที่มีที่ดินอยู่ในแนวเส้นทางอินฟราสตรักเจอร์แต่ไม่ได้นำที่ดินมาใช้ประโยชน์ กลายเป็นว่าถูกบังคับจัดเก็บภาษีลาภลอยโดยปริยาย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเพิ่งบังคับจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (property tax) ที่มีข้อกำหนดให้จ่ายภาษีรายปีอยู่แล้ว ดังนั้น นโยบายจัดเก็บภาษีลาภลอยจึงเท่ากับทำให้เจ้าของที่ดินต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อนนั่นเอง

“ทรัพย์สินประเภทที่ดินมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก บางคนถือครองที่ดินจากการรับมรดก ถือครองเป็นทรัพย์สินโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ และธรรมชาติของคนถือครองที่ดินเป็นทรัพย์สินที่ไม่ใช่ประเภทการกู้ยืม เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐจะเก็บภาษีลาภลอยก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบเหล่านี้ด้วย ต้องทำให้แฟร์”

รวมทั้งกลไกธุรกิจ หากมีต้นทุนจ่ายภาษีลาภลอยเพิ่มขึ้นมา คนที่รับภาระจ่ายที่แท้จริงก็คือ ผู้บริโภค เพราะต้นทุนภาษีจะถูกบวกเข้าไปในราคาที่อยู่อาศัยโดยอัตโนมัติ

แนะรัฐ-มรดกก็เป็นลาภลอย

สุดท้าย “ชยพล หรรรุ่งโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด แจมมุมมองว่า มีตัวอย่างรัฐบาลในต่างประเทศที่พยายามจัดเก็บภาษี Windfall Tax ในเมืองไทย คาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่ารัฐบาลไทยจะผลักดันได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ประเด็นความชัดเจนของการจัดเก็บภาษีลาภลอยก็เป็นหัวข้อที่พูดคุยกันพอสมควร เพราะว่ากฎหมายระบุจะเก็บจากกำไรส่วนต่างในพื้นที่ ในขณะที่ข้อเท็จจริงในสถานการณ์โควิด เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ มีการปิดกิจการ เลย์ออฟคนทำงาน

สินค้าที่อยู่อาศัยก็มีคนยอมขายขาดทุน แต่กลายเป็นว่าต้องเสียภาษีเพราะถูกกำหนดมาเป็น fixed rate ซึ่งถ้าหากรัฐบาลวางหลักการมาอย่างนี้ เมื่อบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนรัฐบาลก็ไม่มีรายได้จัดเก็บภาษีอยู่ดี

“คำว่าภาษีลาภลอย รัฐบาลสามารถไปขึ้นภาษีมรดกเพราะรูปแบบการรับมรดกมีความชัดเจนว่าเป็นลาภลอย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดีเวลอปเปอร์ ภาษีลาภลอย